วัน 245

ค้นหาวัตถุประสงค์ของคุณในชีวิต

ปัญญานิพนธ์ สุภาษิต 21:17-26
พันธสัญญาใหม่ 2 โครินธ์ 5:1-10
พันธสัญญาเดิม มีคาห์ 5:1-7:20

เกริ่นนำ

เสียเปล่าจริงๆ !’ ผู้หญิงคนหนึ่งพูดกับเพื่อนของผม เธอกำลังพูดถึงบิชอปแซนดี้ มิลลาร์ ผู้เคยมีอาชีพเป็นทนายความ และประสบความสำเร็จมากกว่าสิบปี ก่อนที่เขาจะทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลังเพื่อมาเป็นผู้รับใช้ในคริสตจักร

เสียเปล่าอย่างนั้นหรือ?’ เพื่อนของผมอุทานอย่างโกรธเคือง ‘ใช่แล้ว’ ผู้หญิงคนนั้นพูด ‘เสียเปล่าจริงๆ ! เขาน่าจะทำเงินได้มากโขและอยู่ในอันดับต้น ๆ ของวิชาชีพกฎหมายเชียวนะ คิดถึงสิ่งที่เขาควรจะได้มาซิ!’

‘คิดถึงสิ่งที่เขาควรได้มาอย่างนั้นหรือ!’ ตอบกลับโดยเพื่อนของผมผู้กำลังคิดถึงอิทธิพลจากพันธกิจของแซนดี้ที่มีต่อคนหลายพันคนทั่วโลก ผู้ ซึ่งชีวิตของพวกเขาได้รับการเปลี่ยนแปลง มีชีวิตสมรสที่บริบูรณ์ยิ่งขึ้น และคริสตจักรที่ได้รับการฟื้นฟู พวกเขาเหล่านั้นได้พบความเชื่อ ความรัก ความหวัง และสันติสุข ผ่านการพบกับพระเยซูคริสต์อันเป็นผลมาจากพันธกิจของแซนดี้

หลายๆคนละทิ้งอาชีพที่ประสบความสำเร็จ ค่าตอบแทนสูง และละทิ้งทุกโอกาสอันดีในมุมมองของโลกนี้ เพื่อรับใช้ ‘พระเจ้าในพันธกิจเต็มเวลา’ โดยได้รับค่าจ้างเพียงเล็กน้อยหรือไม่ได้รับเลย พวกเขารู้ว่าการทรงเรียกของพวกเขาเป็นการทรงเรียกพร้อมกับวัตถุประสงค์ในระดับสูงระดับสูงเกินกว่าที่โลกสามารถสัญญาว่าจะให้แก่พวกเขาได้

แน่นอนว่าผู้คนที่ได้รับการทรงเรียกให้รับใช้พระเจ้าในสถานที่ทำงานทางโลก พวกเขามีการทรงเรียกและวัตถุประสงค์ในระดับที่สูงพอๆ กัน หากพวกเขากำลังทำสิ่งที่กำลังทำอยู่เพื่อทำให้พระเจ้าพอพระทัย และเพื่อเห็นแก่อาณาจักรของพระองค์ กุญแจสำคัญไม่ใช่งานหรืออาชีพ แต่เป็นเป้าหมายที่คุณไล่ตาม

ผู้คนจำนวนมากใช้ชีวิตของพวกเขาอย่างเสียเปล่า พวกเขาไม่มีวัตถุประสงค์ ไม่มีสิ่งที่มีความหมาย หรือเป้าหมาย หลายคนอาจมีเป้าหมาย แต่เป็นเป้าหมายที่ผิด พวกเขาจึงลงเอยด้วยการไล่แสวงหาบางอย่างซึ่งท้ายที่สุดแล้วกลับไม่มีความหมาย หลายคนไปถึงจุดสูงสุดของบันไดแห่งความสำเร็จเพียงเพื่อจะพบว่าบันไดที่ปีนขึ้นไปนั้นพิงกำแพงผิดด้าน วัตถุประสงค์ในชีวิตสำคัญกว่าทรัพย์สิน หรือของที่อยู่ในการครอบครองใด ๆ การสั่งสมไว้มากเพื่อใช้ชีวิตกับมัน มิอาจทดแทนการสั่งสมไว้มากเพื่อใช้ชีวิตอย่างมีวัตถุประสงค์

ว่ากันว่า ‘สองวันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของคุณ คือ วันที่คุณเกิด และวันที่คุณค้นพบว่าคุณเกิดมาทำไม’ พระเจ้าทรงสร้างคุณโดยมีเป้าหมายไว้ในใจ (2 โครินธ์ 5:5)

ปัญญานิพนธ์

สุภาษิต 21:17-26

17คนที่รักความบันเทิงจะเป็นคนจน
 คนที่รักเหล้าองุ่นและน้ำมันจะไม่มั่งคั่ง
18คนชั่วเป็นค่าไถ่คนชอบธรรม
 และคนอธรรมเป็นค่าไถ่คนเที่ยงธรรม
19อาศัยอยู่ในแดนกันดาร
 ดีกว่าอยู่กับหญิงขี้ทะเลาะและจู้จี้ขี้บ่น
20คลังทรัพย์ล้ำค่าและน้ำมันมีอยู่ในที่อาศัยของคนมีปัญญา
 แต่คนโง่ผลาญมันจนเกลี้ยง
21คนที่ติดตามความชอบธรรมและความกรุณา
 จะพบชีวิต ความชอบธรรม และเกียรติยศ
22คนมีปัญญาปีนเข้าเมืองของคนมีกำลัง
 และพังทลายที่มั่นซึ่งเขาไว้วางใจ
23คนที่ระวังปากและลิ้นของตน
 ก็ปกป้องตัวเองจากความยุ่งยาก
24“คนชอบเยาะเย้ย” เป็นชื่อของคนเย่อหยิ่งจองหอง
 ผู้ประพฤติตัวด้วยความโอหัง
25ความอยากของคนเกียจคร้านฆ่าตัวเขาเอง
 เพราะมือของเขาไม่ยอมทำงาน
26คนโลภก็โลภอยู่วันยังค่ำ
 แต่คนชอบธรรมให้อย่างไม่อั้น

อรรถาธิบาย

ติดตามความชอบธรรมและความกรุณา

หลายคนในทุกวันนี้ดำเนินชีวิตแบบนิยม ‘ลัทธิสุขนิยม’ คือ การแสวงหาความสุขเป็นเป้าหมายสูงสุด นักสุขนิยมจะเสพติดสิ่งที่ทำให้พวกเขามีความสุข

‘ท่านเสพติดความตื่นเต้นอย่างนั้นหรือ ช่างเป็นชีวิตที่ว่างเปล่า! การแสวงหาความสุขไม่เคยเป็นที่พอใจ’ (ข้อ 17 พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

ความสุขไม่ใช่เรื่องผิด (เช่นเดียวกับการเก็บออม ไม่ใช่เรื่องผิด) ‘คลังทรัพย์ล้ำค่าและน้ำมันมีอยู่ในที่อาศัยของคนมีปัญญา’ (ข้อ 20) แต่ความสัมพันธ์นั้นสำคัญกว่าความร่ำรวยมาก ‘อาศัยอยู่เต็นท์ที่ในป่าดีกว่าอยู่กับไม้ทรงกางเขนและคู่ครองที่เย่อหยิ่ง’ (ข้อ 19, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

วัตถุประสงค์และเป้าหมายในชีวิตของคุณไม่ควรวนเวียนอยู่กับวัตถุทางโลก ตรงกันข้าม ‘คนที่ติดตามความชอบธรรมและความกรุณา จะพบชีวิต ความชอบธรรม และเกียรติยศ’ (ข้อ 21) จงทำให้สิ่งนี้เป็นเป้าหมายของชีวิตคุณ โดยการที่มีจุดมุ่งหมายในชีวิตเพื่อแสวงหาความสัมพันธ์กับพระเจ้า และความสัมพันธ์ที่ถูกต้องกับผู้อื่น

ความรักควรเป็นเป้าหมายของคุณ ‘คนโลภก็โลภสิ่งที่พวกเขาไม่มีแต่คนภักดีต่อพระเจ้ามักจะให้สิ่งที่พวกเขามี’ (ข้อ 26, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

สิ่งที่น่าขัน คือ บรรดาผู้ที่แสวงหาความชอบธรรมและความรักได้พบกับสิ่งที่บรรดาคนเจ้าสำราญกำลังตามหาเช่นกัน นั่นคือ ‘ชีวิต ความชอบธรรม และ เกียรติยศ’ (ข้อ 21ข) แต่สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงผลพลอยได้ มันไม่ควรเป็นความมุ่งหมายและวัตถุประสงค์หลักของคุณ แต่ควรที่จะปรารถนาแผ่นดินของพระเจ้าและความชอบธรรมของพระองค์ต่างหาก เพราะพระเยซูสัญญาว่า ‘แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มเติมสิ่งทั้งปวงนี้ให้’ (มัทธิว 6:33)

คำอธิษฐาน

ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงช่วยข้าพระองค์ไม่ให้เสียเวลาชีวิตไปกับการค้นหาความพึงพอใจทางเนื้อหนัง แต่เอาเวลามาใช้ในการค้นหาอาณาจักรของพระองค์ เพื่อแสวงหาความชอบธรรมและความรักในทุกสิ่งที่ลงมือทำ

พันธสัญญาใหม่

2 โครินธ์ 5:1-10

 1เพราะเรารู้ว่าถ้าเรือนกายคำว่า เรือนกายในข้อนี้ และข้อ 4 ภาษากรีกแปลตรงตัวว่า เต็นท์หรือกระโจมบนโลกที่เราอาศัยอยู่นี้ถูกทำลายไป เราก็ยังมีที่อาศัยซึ่งมาจากพระเจ้า ที่ไม่ได้สร้างด้วยมือมนุษย์ และอยู่อย่างถาวรนิรันดร์ในสวรรค์ 2เพราะว่าในร่างกายนี้ เราคร่ำครวญและปรารถนาจะสวมใส่ที่อาศัยของเราที่มาจากสวรรค์ 3เพราะเมื่อสวมแล้ว เราก็จะไม่เปลือย 4เพราะว่าเราที่อยู่ในเรือนกายนี้คร่ำครวญและเป็นทุกข์หนัก ไม่ใช่เพราะปรารถนาจะอยู่ตัวเปล่า แต่ปรารถนาจะสวมใส่กายใหม่ เพื่อกายที่ต้องตายนั้นจะถูกกลืนโดยชีวิตอมตะ 5แต่พระเจ้าทรงเป็นผู้เตรียมเราไว้สำหรับการเปลี่ยนแปลงนี้ และพระองค์ประทานพระวิญญาณเป็นมัดจำแก่เรา
 6เพราะฉะนั้นเรามั่นใจอยู่เสมอและรู้แล้วว่า ขณะที่อาศัยอยู่ในร่างกายนี้ เราอยู่ห่างจากองค์พระผู้เป็นเจ้า 7เพราะว่าเราดำเนินโดยความเชื่อ ไม่ใช่โดยสิ่งที่มองเห็น 8และเรามั่นใจและพอใจที่จะไปจากร่างกายนี้และอาศัยอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้ามากกว่า 9ฉะนั้นเราตั้งเป้าว่าจะอาศัยอยู่ในกายนี้ก็ดีหรือจะจากไปก็ดี เราก็จะเป็นคนที่พระเจ้าพอพระทัย 10เพราะว่าเราทุกคนจำเป็นต้องปรากฏตัวต่อหน้าบัลลังก์ของพระคริสต์ เพื่อแต่ละคนจะได้รับสิ่งที่สมกับการกระทำในกายนี้ ไม่ว่าจะดีหรือชั่ว

อรรถาธิบาย

มุ่งหมายที่จะทำให้พระเจ้าพอพระทัย

ความมุ่งหมายและวัตถุประสงค์หลักในชีวิตของเปาโล คือ การทำให้พระเจ้าพอพระทัย ‘การทำให้พระเจ้าพอพระทัยเป็นเรื่องหลัก เป็นสิ่งที่เรามุมานะโดยไม่คำนึงถึงเงื่อนไขใด ๆ ของเราเอง’ (ข้อ 9, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

คุณอาจเผชิญกับความท้าทายทางกายภาพอยู่ วันหนึ่งร่างกายของคุณจะไม่สามารถทำสิ่งที่คุณเคยทำได้อยู่เสมอ ถึงวันหนึ่ง ‘ร่างกายนี้ของท่าน’ จะ ‘ถูกรื้อลงมาเหมือนเต็นท์และพับเก็บ จะถูกแทนที่ในสวรรค์ด้วยกายซึ่งฟื้นขึ้นมาใหม่จากความตาย’ (ข้อ 1-2 พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

เมื่อคุณวางความเชื่อไว้ที่พระเยซูคริสต์ คุณได้รับพระสัญญาถึงพระพรทั้งหมดในแผ่นดินของพระเจ้า ทว่าเรายังคงรู้สึกอ่อนแอ และเต็มไปด้วยบาป ยังประสบกับความทุกข์ยากและความอึดอัดคับข้องใจ และยังอยู่ในโลกที่แตกสลาย คุณต้องรอพระพรแห่งแผ่นดินสวรรค์มากน้อยเพียงใดในอนาคตหรือในวันสุดท้าย และคุณมีประสบการณ์มากน้อยเพียงใดที่นี่และตอนนี้ในปัจจุบัน?

มีสมดุลระหว่างสิ่งที่คุณจะได้เจอในอนาคตกับสิ่งที่คุณเจอในตอนนี้ ตอนนี้คุณ ‘อยู่ห่างจากองค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะว่าเราดำเนินโดยความเชื่อ ไม่ใช่โดยสิ่งที่มองเห็น’ (ข้อ 6-7) ในอนาคตคุณจะ ‘อาศัยอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้า’ (ข้อ 8) ความตายจะ ‘ถูกกลืนโดยชีวิตอมตะ’ (ข้อ 4) ซึ่งในตอนนี้คุณยังไม่ได้รับพระพรอันสมบูรณ์ของอาณาจักรพระเจ้า

อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้คุณมีประสบการณ์ในคำพยากรณ์ถึงอนาคต พระเจ้า ‘ทรงเป็นผู้เตรียมเราไว้สำหรับการเปลี่ยนแปลงนี้ และพระองค์ประทานพระวิญญาณเป็นมัดจำแก่เรา’ (ข้อ 5) ‘พระเจ้าทรงใส่ส่วนเล็ก ๆ ของสวรรค์ไว้ในใจของเราเพื่อเราจะไม่มีวันเป็นเพียงผู้เล็กน้อย’ (ข้อ 5ข, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล) การมัดจำนั้นไม่ได้เป็นเพียงการรับประกัน แต่เป็นส่วนหนึ่งของพระพรของพระเจ้าที่ยังไม่มาถึงคือการครอบครองและอำนาจในการปกครองในตอนนี้ พระวิญญาณได้นำพระพรมามอบไว้แก่ท่านแล้ว

‘นั่นคือเหตุผลที่เราดำเนินชีวิตด้วยใจร่าเริง สภาพที่จำกัด ณ ที่แห่งนี้ไม่ทำให้เราจมลงกับความผิดหวัง แต่ย้ำเตือนถึงสภาพอันไม่จำกัดในวันข้างหน้า’ (ข้อ 6, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

ในขณะที่พวกเรารอคอย ‘ฉะนั้นเราตั้งเป้าว่าจะอาศัยอยู่ในกายนี้ก็ดีหรือจะจากไปก็ดี เราก็จะเป็นคนที่พระเจ้าพอพระทัย’ (ข้อ 9) ‘ไม่ช้าก็เร็ว... เราจะปรากฎตัวต่อหน้าพระคริสต์และรับสิ่งที่เป็นผลมาจากการกระทำของเรา ไม่ว่าจะดีหรือร้าย’ (ข้อ 10, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

คำอธิษฐาน

ข้าแต่พระเจ้า โปรดช่วยให้ข้าพระองค์จดจ่อต่อเป้าหมายนี้ในชีวิตของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ต้องการทำให้พระองค์พอพระทัยในทุกสิ่งที่ข้าพระองค์ลงมือทำ พูด และคิด

พันธสัญญาเดิม

มีคาห์ 5:1-7:20

1โอ บุตรีแห่งกองทัพเอ๋ย บัดนี้เจ้าจงระดมไพร่พล
 ศัตรูมาล้อมพวกเราไว้
เขาจะเอากระบองตีแก้ม
 ของผู้ปกครองอิสราเอล
 ผู้ปกครองจากเบธเลเฮม
2แต่เจ้า เบธเลเฮม เอฟราธาห์
 ผู้เป็นหน่วยเล็กในบรรดาตระกูลของยูดาห์
จากเจ้า จะมีผู้หนึ่งออกมาเพื่อเรา
 เป็นผู้ที่จะปกครองในอิสราเอล
ต้นตระกูลของท่านมาจากสมัยเก่า
 จากสมัยโบราณกาล
3ดังนั้น พระองค์จะทรงละทิ้งพวกเขา
 จนถึงเวลาที่หญิงผู้เจ็บครรภ์จะคลอดบุตร
แล้วบรรดาพี่น้องที่เหลืออยู่จะกลับมา
 ยังคนอิสราเอล
4และท่านจะยืนมั่น และจะเลี้ยงฝูงแกะของท่านด้วยพระกำลังของพระยาห์เวห์
 ด้วยความยิ่งใหญ่แห่งพระนามพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน
และเขาทั้งหลายจะดำรงอยู่ได้ เพราะบัดนี้ท่านจะเป็นใหญ่
 จนสุดปลายพิภพ
5นี่จะเป็นสันติสุข
 เมื่อคนอัสซีเรียจะยกเข้ามาในแผ่นดินของเรา
และเมื่อเขาจะเหยียบย่ำเวียงวังทั้งหลายของเรา
 เราจะยกผู้เลี้ยงแกะเจ็ดคน
 และเจ้านายแปดคนมาต่อต้านเขา
6เขาทั้งหลายจะปกครองแผ่นดินอัสซีเรียด้วยดาบ
 และแผ่นดินนิมโรดที่บรรดาทางเข้าเมือง
และท่านจะช่วยกู้พวกเราให้พ้นจากคนอัสซีเรีย
 เมื่อพวกเขายกรุกล้ำแผ่นดินของพวกเรา
และเหยียบย่ำอาณาเขตของพวกเรา
 บทบาทในอนาคตของคนอิสราเอลที่เหลืออยู่
7แล้วคนที่เหลืออยู่ของยาโคบ
 จะอยู่ท่ามกลางชนชาติมากมาย
เหมือนน้ำค้างจากพระยาห์เวห์
 เหมือนห่าฝนที่ตกบนหญ้า
ซึ่งไม่รอคอยมนุษย์
 หรือคอยเหล่าบุตรของมนุษย์
8และคนที่เหลืออยู่ของยาโคบ จะอยู่ท่ามกลางประชาชาติ
 ท่ามกลางชนชาติมากมาย
ดังสิงห์อยู่ท่ามกลางฝูงสัตว์ป่า
 ดังสิงห์หนุ่มอยู่ท่ามกลางฝูงแพะแกะ
ซึ่งเมื่อมันผ่านไป มันก็เหยียบย่ำ
 และฉีกเสีย ไม่มีใครช่วยกู้ได้
9เจ้าจะยกมือขึ้นสู้บรรดาคู่อริของเจ้า
 และศัตรูทั้งสิ้นของเจ้าจะถูกกำจัด
10พระยาห์เวห์ตรัสว่า
 แล้วในวันนั้น เราจะกำจัดม้าของเจ้าให้หมดไปจากท่ามกลางเจ้า
 และจะทำลายรถรบของเจ้า
11และเราจะกำจัดเมืองให้หมดไปจากแผ่นดินของเจ้า
 และโค่นที่กำบังเข้มแข็งของเจ้าทั้งสิ้น
12เราจะกำจัดวิทยาคมให้หมดไปจากมือของเจ้า
 และเจ้าจะไม่มีหมอดูอีกต่อไป
13เราจะกำจัดรูปเคารพของเจ้าเสีย
 และทำลายเสาศักดิ์สิทธิ์จากท่ามกลางเจ้า
เจ้าจะมิได้กราบลง
 ต่อผลงานที่มือของเจ้าประดิษฐ์ขึ้นอีกต่อไป
14เราจะถอนบรรดาเสาอาเช-ราห์ของเจ้าเสียจากท่ามกลางเจ้า
 และจะทำลายเมืองต่างๆ ของเจ้าเสีย
15เราจะแก้แค้นด้วยความโกรธและความกริ้ว
 ต่อบรรดาประชาชาติซึ่งไม่เชื่อฟัง

มีคาห์ 6

พระเจ้าทรงท้าทายอิสราเอล

1จงสดับฟังสิ่งที่พระยาห์เวห์ตรัส
 จงลุกขึ้น จงแถลงคดีของเจ้าต่อภูเขาทั้งหลาย
 จงให้เนินเขาฟังเสียงของเจ้า
2ภูเขาทั้งหลาย ทั้งรากฐานที่ทนทานของพิภพเอ๋ย
 จงฟังคดีของพระยาห์เวห์เถิด
เพราะว่าพระยาห์เวห์ทรงมีคดีกับประชากรของพระองค์
 และพระองค์จะทรงสู้ความกับอิสราเอล
3“โอ ประชากรของเรา เราได้ทำอะไรแก่เจ้า?
 เราทำให้เจ้าเหนื่อยยากตรงไหน? จงตอบมา
4เพราะว่าเราได้นำเจ้าขึ้นมาจากแผ่นดินอียิปต์
 และไถ่เจ้ามาจากเรือนทาส
 และเราใช้ให้โมเสส อาโรน และมิเรียม นำหน้าเจ้าไป
5โอ ประชากรของเราเอ๋ย จงระลึกว่าบาลาค กษัตริย์โมอับคิดอุบายประการใด?
 และบาลาอัมบุตรเบโอร์ได้ตอบเขาอย่างไร?
และเกิดอะไรขึ้นจากชิทธีมถึงกิลกาล?
 เพื่อเจ้าจะได้ทราบพระราชกิจอันชอบธรรมของพระยาห์เวห์”

พระเจ้าทรงมีพระประสงค์อะไร?

6ข้าพเจ้าจะนำอะไรเข้ามาเฝ้าพระยาห์เวห์
 และกราบไหว้พระเจ้าเบื้องสูง?
ควรข้าพเจ้าจะเข้าเฝ้าพระองค์ด้วยเครื่องบูชาเผาทั้งตัวหรือ?
 ด้วยลูกวัวอายุหนึ่งปีหลายตัวหรือ?
7พระยาห์เวห์จะพอพระทัยการถวายแกะผู้หลายพันตัว
 และธารน้ำมันหลายหมื่นสายหรือ?
ควรข้าพเจ้าจะถวายบุตรหัวปีไถ่การละเมิดของตนหรือ?
 คือถวายบุตรไถ่บาปของตน?”
8มนุษย์เอ๋ย พระองค์ทรงสำแดงแก่เจ้าแล้วว่าอะไรดี?
 และพระยาห์เวห์ทรงประสงค์อะไรจากเจ้า?
นอกจากให้ทำความยุติธรรมและให้รักความเมตตา
 และให้ดำเนินชีวิตไปกับพระเจ้าของเจ้าด้วยความถ่อมใจ
 การลงโทษการคดโกงและความรุนแรง
9พระสุรเสียงของพระยาห์เวห์ประกาศแก่นครนั้น
 (ที่จะยำเกรงพระนามของพระองค์ ก็เป็นสติปัญญา)
 “โอ เผ่าชนและชุมนุมชนแห่งนครนั้นเอ๋ย จงฟังเถิด
10ยังมีทรัพย์สมบัติที่ได้มาจากการชั่วร้ายในเรือนของคนอธรรม
 และมีตาชั่งขี้โกงที่ต้องถูกแช่งสาปไม่ใช่หรือ?
11เราจะถือคนที่มีตราชูขี้ฉ้อ
 และมีถุงเต็มด้วยลูกตุ้มขี้โกงว่าชอบธรรมได้หรือ?
12บรรดาคนมั่งมีของนครนั้นก็เต็มไปด้วยความโหดร้าย
 และชาวเมืองของนครนั้นก็พูดโกหก
 และลิ้นแห่งการล่อลวงอยู่ในปากของพวกเขา
13เพราะฉะนั้นเราเองตีเจ้าบาดเจ็บ
 เราทำให้เจ้าร้างเปล่าเพราะบาปของเจ้า
14เจ้าจะกิน แต่จะไม่อิ่ม
 และความหิวจะอยู่ท่ามกลางเจ้า
เจ้าจะเก็บของมีค่าไว้ แต่ก็จะสงวนไว้ไม่ได้
 อะไรที่เจ้าสงวนไว้ เราก็จะให้แก่ดาบ
15เจ้าเองจะหว่าน แต่จะไม่ได้เกี่ยว
 เจ้าเองจะหีบแต่จะไม่ได้ชโลมตัวด้วยน้ำมัน
 เจ้าจะย่ำองุ่น แต่จะไม่ได้ดื่มเหล้าองุ่น
16เพราะเจ้าได้รักษากฎเกณฑ์ของอม-รี
 และทำตามกิจการทั้งสิ้นของพงศ์พันธุ์ของอาหับ
และได้ดำเนินตามแผนการของเขาทั้งสอง
 ดังนั้นเราจะทำให้เจ้าเป็นที่ร้างเปล่า
และชาวนครของเจ้าจะเป็นที่เย้ยหยัน
 และเจ้าจะแบกรับการเยาะเย้ยจากประชากรของเรา”

มีคาห์ 7

ศีลธรรมของอิสราเอลเสื่อมทราม

1อนิจจา ตัวข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้าเป็นเหมือน
 คนที่ออกไปเก็บผลไม้ฤดูร้อน
เหมือนคนที่ออกไปเก็บผลองุ่น
 แล้วพบว่าไม่มีพวงองุ่นให้รับประทาน
 ไม่มีผลมะเดื่อสุกรุ่นแรกดังใจปรารถนา
2คนจงรักภักดีสิ้นไปจากแผ่นดิน
 จะหาคนซื่อตรงท่ามกลางมนุษย์สักคนก็ไม่มี
เขาทุกคนต่างก็ซุ่มคอยจะเอาโลหิตกัน
 ต่างก็เอาตาข่ายดักพี่น้องของตน
3มือทั้งคู่ของเขาช่ำชองทำแต่สิ่งชั่ว
 ข้าราชการและผู้พิพากษาขอสินบน
และคนใหญ่คนโตก็เอ่ยถึงความอยากในจิตใจของตน
 พวกเขาต่างก็สานสิ่งเหล่านี้เข้าด้วยกัน
4คนดีที่สุดของพวกเขาก็ไร้ค่าเหมือนต้นหนาม
 คนซื่อตรงที่สุดของพวกเขาก็เหมือนรั้วหนาม
วาระแห่งพวกยามของเจ้า คือวันที่จะลงโทษเจ้า มาถึงแล้ว
 บัดนี้ พวกเขาจะสับสนอลหม่าน
5อย่าวางใจเพื่อนบ้าน
 อย่านอนใจในสหาย
จงระวังปากของเจ้า
 อย่าเผยแก่เธอผู้นอนแนบอกของเจ้า
6เพราะว่าลูกชายดูหมิ่นพ่อ
 และลูกสาวลุกขึ้นต่อสู้แม่ของเธอ
ลูกสะใภ้ต่อสู้แม่ผัว
 ศัตรูของคนหนึ่งคนใด ก็คือคนที่อยู่ในบ้านของเขาเอง
7แต่สำหรับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะมองดูพระยาห์เวห์
 ข้าพเจ้าจะเฝ้าคอยพระเจ้าแห่งความรอดของข้าพเจ้า
พระเจ้าของข้าพเจ้าจะทรงฟังข้าพเจ้า
 การสำนึกผิดและการวางใจพระเจ้า
8ศัตรูของข้าเอ๋ย อย่าเปรมปรีดิ์เย้ยข้าเลย
 เมื่อข้าล้มลง ข้าจะลุกขึ้นอีก
เมื่อข้านั่งอยู่ในความมืด
 พระยาห์เวห์จะทรงเป็นความสว่างแก่ข้า
9ข้าพเจ้าจะทนต่อพระพิโรธของพระยาห์เวห์
 เพราะว่าข้าพเจ้าทำบาปต่อพระองค์
ข้าพเจ้าจะทนจนกว่าพระองค์จะทรงแก้คดีของข้าพเจ้า
 และจะทรงตัดสินความเพื่อข้าพเจ้า
พระองค์จะทรงนำข้าพเจ้าออกไปยังความสว่าง
 และข้าพเจ้าจะเห็นการช่วยกู้ของพระองค์
10แล้วศัตรูของข้าพเจ้าจะเห็น
 และความอับอายจะทับถมเธอผู้กล่าวแก่ข้าพเจ้าว่า
“พระยาห์เวห์ พระเจ้าของเจ้าอยู่ที่ไหน?”
 ดวงตาของข้าพเจ้าจะเพ่งดูเธอ
คราวนี้เธอจะถูกเหยียบย่ำเหมือนโคลนตามถนน
 คำพยากรณ์ว่าจะมีการฟื้นฟู
11วันที่จะสร้างกำแพงเมืองของเจ้า
 ในวันนั้น เขตแดนของเจ้าจะขยายออกไปไกล
12ในวันนั้น เขาจะมาหาเจ้า
 จากอัสซีเรียและเมืองต่างๆ ของอียิปต์
และจากอียิปต์จนถึงแม่น้ำยูเฟรติส
 จากทะเลนี้จดทะเลโน้น และจากภูเขานี้ถึงภูเขาโน้น
13แต่แผ่นดินจะร้างเปล่า
 เพราะชาวแผ่นดินเป็นเหตุ
 เนื่องด้วยผลแห่งการกระทำของพวกเขา
14ขอทรงเลี้ยงดูประชากรของพระองค์อย่างเลี้ยงแกะด้วยคทาของพระองค์
 คือประชากรที่เป็นมรดกของพระองค์
ผู้อาศัยอย่างโดดเดี่ยวในป่า
 ในท่ามกลางแผ่นดินที่เป็นสวน
ขอทรงให้เขาหากินอยู่ในบาชานและกิเลอาด
 อย่างในโบราณกาล
15ดังในสมัยเมื่อเจ้าออกจากแผ่นดินอียิปต์
 เราจะให้เจ้าเห็นการอัศจรรย์ต่างๆ
16บรรดาประชาชาติจะแลเห็นและอับอาย
 ทั้งที่พวกเขามีกำลังมาก
พวกเขาจะเอามือปิดปากไว้
 และหูของพวกเขาจะหนวกไป
17เขาทั้งหลายจะเลียผงคลีเหมือนอย่างงู
 เหมือนสัตว์เลื้อยคลานบนแผ่นดิน
พวกเขาจะออกมาจากที่กำบังแข็งแกร่งของเขาด้วยตัวสั่น
 พวกเขาจะออกมาหาพระยาห์เวห์พระเจ้าของเราด้วยความตระหนกตกใจ
เนื่องด้วยพระองค์ พวกเขาจะกลัว
 พระเมตตาและความรักมั่นคงของพระเจ้า
18ใครเล่าจะเป็นพระเจ้าเหมือนพระองค์ผู้ทรงอภัยบาป
 และทรงมองข้ามการทรยศ
ของคนที่เหลืออยู่อันเป็นมรดกของพระองค์ท่าน?
 พระองค์ท่านมิได้ทรงพระพิโรธเป็นนิตย์
 เพราะพระองค์ท่านพอพระทัยในความรักมั่นคง
19พระองค์ท่านจะทรงหวนกลับมาเมตตาเราอีก
 และจะทรงเหยียบความผิดทั้งหลายของเราไว้
พระองค์จะทรงเหวี่ยงบาปทั้งสิ้นของเรา
 ลงไปในที่ลึกของทะเล
20พระองค์จะทรงสำแดงความสัตย์ซื่อแก่ยาโคบ
 และความรักมั่นคงต่ออับราฮัม
ดังที่พระองค์ทรงปฏิญาณต่อบรรพบุรุษของเรา
 ตั้งแต่สมัยโบราณกาล

อรรถาธิบาย

ก้าวขึ้นไปสู่ความท้าทายของมีคาห์

เป็นไปได้ที่จะมีจิตวิญญาณที่สูญเปล่า พระเจ้าทรงเตือนผ่านผู้เผยพระวจนะมีคาห์ว่า:

‘ทรัพย์สมบัติที่ได้มาจากการชั่วร้าย…
 สั่งสมจากการโกงและฉ้อฉล…
ข้อตกลงในเงาอธรรม และอุบายหลอกลวง...
ไม่ว่าแสวงได้เท่าไร มันจะไม่เคยเพียงพอ –
 ท้องกลวง หัวใจว่างเปล่า
ไม่ว่าลงแรงหนักเพียงใด เจ้าไม่มีสิ่งใดให้อวดได้ –
 ชีวิตร้างเปล่า จิตวิญญาณสูญเปล่า’ (6:10-14, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

ในเวลานั้นมีคาห์มองไปข้างหน้า (ตัวอย่าง ดู 7:7-20) ในตอนหนึ่งเขายังไม่รู้ถึงคำเผยพระวจนะเกี่ยวกับพระเยซู (มัทธิว 2:5-12) เขาเห็นผู้ปกครองมาจากเบธเลเฮม ‘ต้นตระกูลของท่านมาจากสมัยเก่า จากสมัยโบราณกาล… และท่านจะเป็นสันติสุขของพวกเขา’ (มีคาห์ 5:2,5ก) ท่านผู้นั้นจะถูกรับรู้ว่าเป็น ‘ผู้นำสันติภาพมาสู่โลก’ (ข้อ 4ข พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

เมื่อเวลาผ่านไป มีคาห์มองย้อนไป เขาดูสิ่งต่าง ๆ ที่พระผู้เป็นเจ้าได้ทำเพื่อคนของพระองค์ (ดู 6:3 เป็นต้นไป) พระองค์ทรงไถ่พวกเขา ทรงนำพวกเขา (ข้อ 4) และเตือนให้พวกเขา ‘ระลึก’ (ข้อ 5)

พระเจ้าเป็นพระเจ้าแห่งความรัก และความเมตตาอันน่าอัศจรรย์ 'พระเมตตาทรงเป็นพระลักษณะของพระองค์ นั่นเป็นสิ่งที่พระองค์ทรงรักที่สุด พระเมตตากำลังหวนกลับมาหาเรา พระองค์จะทรงเหยียบความผิดทั้งหลายของเราไว้ พระองค์จะทรงเหวี่ยงบาปทั้งสิ้นของเราลงไปในที่ลึกของทะเล’ (7:18-19, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

โดยทางพระเยซู อดีตของคุณได้รับการให้อภัยทั้งหมดทั้งสิ้น อย่ามองย้อนกลับไปและรู้สึกเสียใจ พระเจ้าทรง ‘เหวี่ยงบาปทั้งสิ้นของเราลงไปในที่ลึกของทะเล’ (ข้อ 19) และมีป้าย 'ห้ามตกปลา'

อะไรคือการตอบสนองของคุณต่อพระคุณอันน่าอัศจรรย์นี้ มีคาห์นำเสนอความท้าทายไว้ดังนี้ ‘ให้ทำความยุติธรรมและให้รักความเมตตา และให้ดำเนินชีวิตไปกับพระเจ้าของเจ้าด้วยความถ่อมใจ’ (6:8ค) ความท้าทายสามประการนี้ทำให้เรามีวัตถุประสงค์และเป้าหมายในชีวิตของเรา:

1. กระทำความยุติธรรม
ความยุติธรรมสำคัญอย่างมากในแผนการของพระเจ้า ความอยุติธรรมทำให้เกิดความทุกข์ทรมานมากมายในโลกทุกวันนี้ ผมต้องให้ความยุติธรรมเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นในชีวิตของผมและในชุมชนของเรา เราต้องลงมือทำมากขึ้นเพื่อให้เห็นว่าคนจน คนกลุ่มน้อย และคนไร้อำนาจ จะได้รับความยุติธรรม

2. รักความเมตตา
พระเจ้าได้แสดงความเมตตาแก่เรา การตอบสนองของเราควรเป็นการแสดงความเมตตา ไม่กดดันผู้อื่นว่าต้องดีพร้อมให้ได้ แต่จงรักและยอมรับพวกเขาอย่างที่พวกเขาเป็น พวกเขาต้องนำข่าวประเสริฐแห่งความรักและพระเมตตาของพระเจ้าส่งต่อออกไปให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ส่งต่อให้ทุกคน รวมถึงผู้ต้องขัง คนจรจัดไร้บ้าน คนชรา และคนยากจน

3. ดำเนินชีวิตไปกับพระเจ้าด้วยความถ่อมใจ
อย่ามองว่าตัวเองดีกว่า เหนือกว่า หรือสำคัญกว่าคนอื่น คนหยิ่งยโสประเมินความสำคัญของพวกเขาสูงเกินไป พวกเขาไม่สามารถหัวเราะเยาะตัวเองได้ ‘อย่าจริงจังกับตัวเองมากเกินไป จงให้ความสำคัญกับพระเจ้า’ (ข้อ 8ค, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล) เราจะไม่สามารถถ่อมใจลงจริง ๆ ได้เลยเว้นแต่ว่าเรากำลังดำเนินอยู่ในความสัมพันธ์กับพระเจ้า

ทั้งสามประการนี้ดำเนินไปด้วยกัน หลักฐานสำแดงความเชื่อที่แท้จริงคือวิธีการที่คุณดำเนินชีวิต นี่คือเหตุผลที่เปาโลเขียนว่า ‘การกระทำในกายนี้’ (2 โครินธ์ 5:10) เป็นเรื่องสำคัญมาก คุณจะถูกตัดสินโดยหลักฐานของความเชื่อนั่นเอง

คำอธิษฐาน

ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้กระทำความยุติธรรม ให้รักความเมตตา และเดินอย่างถ่อมใจไปกับพระองค์

เพิ่มเติมโดยพิพพา

2 โครินธ์ 5:10

‘เพราะว่าเราทุกคนจำเป็นต้องปรากฎตัวต่อหน้าบัลลังก์ของพระคริสต์ เพื่อแต่ละคนจะได้รับสิ่งที่สมกับการกระทำในกายนี้ ไม่ว่าจะดีหรือชั่ว’

ในความสว่างนั้น ฉันยินดีเหลือเกินที่จะอ่านในพระธรรมมีคาห์ ‘ใครเล่าจะเป็นพระเจ้าเหมือนพระองค์ผู้ทรงอภัยบาป และทรงมองข้ามการทรยศของคนที่เหลืออยู่อันเป็นมรดกของพระองค์ท่าน… และจะทรงเหยียบความผิดทั้งหลายของเราไว้ พระองค์จะทรงเหวี่ยงบาปทั้งสิ้นของเราลงไปในที่ลึกของทะเล’ (มีคาห์ 7:18-19)

reader

App

Download The Bible with Nicky and Pippa Gumbel app for iOS or Android devices and read along each day.

reader

อีเมล

Sign up now to receive The Bible with Nicky and Pippa Gumbel in your inbox each morning. You’ll get one email each day.

reader

เว็บไซต์

Subscribe and listen to The Bible with Nicky and Pippa Gumbel delivered to your favourite podcast app everyday.

การอ้างอิง

ข้อพระคัมภีร์อ้างอิงมาจากพระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 2011 สงวนสิทธิ์โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย (ยกเว้นข้อที่ระบุว่าเป็นฉบับอื่น)

เว็บไซต์นี้จัดเก็บข้อมูล เช่น คุกกี้ เพื่อเปิดใช้งานฟังก์ชั่นและการวิเคราะห์ที่จำเป็นเท่านั้น ดูเพิ่มเติม