วัน 246

ตระหนักว่าคุณเป็นใคร

ปัญญานิพนธ์ สดุดี 105:1-11
พันธสัญญาใหม่ 2 โครินธ์ 5:11-6:2
พันธสัญญาเดิม อิสยาห์ 1:1-2:22

เกริ่นนำ

เหล่าคณะทูตที่ผมเคยไปพบมา มักสร้างความประทับใจให้กับผมเป็นอย่างมาก พวกเขาล้วนผ่านเลือกเฟ้นเข้ารับตำแหน่งอย่างจริงจัง ทั้งผ่านการฝึกฝนศิลปะในการเจรจาต่อรอง พวกเขามีทักษะในการเป็นตัวแทนของประเทศทั้งการกระทำและคำพูด

การเป็นทูตมาพร้อมกับเกียรติยศยิ่งใหญ่ ตำแหน่งทูตถือเป็น ‘ตำแหน่งที่สูงที่สุดในศาลต่างประเทศ เป็นตัวแทนของ… อธิปไตยของประเทศนั้น ๆ’ ทูตของประเทศอังกฤษ เป็นตัวแทนของราชินีและประเทศอังกฤษไม่ว่าพวกเขาจะถูกส่งไปประจำการที่ไหนก็ตาม

เปาโลบันทึกไว้ว่าเราเป็น ‘ทูตของพระคริสต์’ (2 โครินธ์ 5:20) คำว่า ‘ambassador’ (ทูต) ในภาษากรีก มีรากศัพท์คำเดียวกับคำว่า ‘presbyter’ อันเป็นหนึ่งในคำที่ใช้อธิบายถึงผู้นำคริสตจักร ไม่ว่าคุณจะเป็นที่รับรู้ว่ามีบทบาทเป็นผู้นำในคริสตจักรหรือไม่ คุณจัดเป็นทูตของพระคริสต์ กอปรด้วยเกียรติยศและความรับผิดชอบในการเป็นตัวแทนของพระเยซูคริสต์ในโลกนี้ คุณเป็นตัวแทนของพระเจ้าบนโลกนี้

โดยผ่านทางคุณ พระเจ้าดึงดูดผู้อื่นให้กลับมาคืนดีกับพระองค์ เพื่อรับการอภัย ความรัก และพระคุณ ดึงให้พวกเขาเข้ามาเป็นเพื่อนของพระคริสต์และเป็นทูตในคนเดียวกัน ในฐานะทูตผู้จงรักภักดี จงกระทำเป็นการพูดและชำนาญในการเป็นตัวแทนของพระเจ้า เพราะว่าคุณนั่นแหละคือตัวแทนของพระคริสต์บนโลก

ปัญญานิพนธ์

สดุดี 105:1-11

ความซื่อสัตย์ของพระเจ้าต่ออิสราเอล

1จงขอบพระคุณพระยาห์เวห์ จงร้องออกพระนามพระองค์
 จงประกาศบรรดากิจการของพระองค์แก่ชนชาติทั้งหลาย
2จงร้องเพลงถวายพระองค์ ร้องเพลงสดุดีถวายพระองค์
 จงเล่าถึงการอัศจรรย์ทั้งสิ้นของพระองค์
3จงสรรเสริญพระนามบริสุทธิ์ของพระองค์
 ให้ใจของบรรดาผู้แสวงหาพระยาห์เวห์ยินดี
4จงแสวงหาพระยาห์เวห์ และพระกำลังของพระองค์
 แสวงหาพระพักตร์ของพระองค์เสมอ
5จงระลึกถึงการอัศจรรย์ซึ่งพระองค์ทรงกระทำ
 หมายสำคัญและคำพิพากษาจากพระโอษฐ์ของพระองค์
6โอ พงศ์พันธุ์ของอับราฮัมผู้รับใช้ของพระองค์
 ลูกหลานของยาโคบ บรรดาผู้ที่พระองค์ทรงเลือกสรร 7พระองค์คือพระยาห์เวห์พระเจ้าของเรา
 คำพิพากษาของพระองค์อยู่ทั่วทั้งแผ่นดินโลก
8พระองค์ทรงระลึกถึงพันธสัญญาของพระองค์อยู่เป็นนิตย์
 คือพระวจนะที่พระองค์ทรงบัญชาไว้ตลอดหนึ่งพันชั่วอายุคน
9คือพันธสัญญาซึ่งทรงทำไว้กับอับราฮัม
 และคำปฏิญาณที่ทรงให้ไว้แก่อิสอัค
10ซึ่งพระองค์ทรงยืนยันอีกกับยาโคบให้เป็นกฎเกณฑ์
 กับอิสราเอล ให้เป็นพันธสัญญานิรันดร์
11ว่า “เราจะให้แผ่นดินคานาอันแก่เจ้า”
 เป็นส่วนมรดกของเจ้าทั้งหลาย

อรรถาธิบาย

ทูตทั่วทุกมุมโลก

พวกเราถูกเรียกเป็นทูตเพื่อเป็นพรแก่ชนทุกชาติ พระเยซูทรงเรียกเราให้ออกไปและนำชนทุกชาติมาเป็นสาวก (มัทธิว 28:19-20) ประชากรของพระเจ้าได้รับพรเพื่อเป็นพระพรแก่คนทั้งโลก

‘จงขอบพระคุณพระยาห์เวห์ จงร้องออกพระนามพระองค์ จงประกาศบรรดากิจการของพระองค์ แก่ชนชาติทั้งหลาย’ (สดุดี 105:1) ทุกวันนี้บางคนไม่ต้องเดินทางเพื่อพบปะกับคนต่างชาติด้วยซ้ำ จะว่าไปแล้วในลอนดอนที่ผมอาศัยอยู่ มีตัวแทนจากทุกประเทศอาศัยอยู่

ผู้เขียนสดุดีเขียนว่า ‘จงระลึกถึงการอัศจรรย์ซึ่งพระองค์ทรงกระทำ’ (ข้อ 5ก) และหลังจากนั้นเขาก็ไปทำอย่างนั้นจริง ๆ เขากลับไประลึกถึงทุกสิ่งที่พระเจ้ากระทำให้กับเขา

อะไรคือความทรงจำสุดโปรดของคุณ? จงใช้เวลาเพื่อระลึกถึงพระพรของพระเจ้าและขอบพระคุณพระองค์ หาวิธีการเจรจาอย่างทูตเพื่อพระคริสต์ ‘บอกกล่าวกับทุกคนว่าคุณได้พบกับสิ่งที่พระองค์ได้ทรงกระทำ’ (ข้อ 1 พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

เราในฐานะทูตของพระเยซู จงอยู่ใกล้ชิดสนิทกับพระองค์ ‘จงแสวงหาพระยาห์เวห์ และพระกำลังของพระองค์ แสวงหาพระพักตร์ของพระองค์เสมอ’ (ข้อ 4)

คำอธิษฐาน

ข้าแต่พระเจ้า ขอบพระคุณสำหรับการอัศจรรย์ที่พระองค์ได้ทรงกระทำเพื่อข้าพระองค์ ในขณะที่ข้าพระองค์จดจ่อรอคอยพระองค์ในวันข้างหน้า โปรดช่วยข้าพระองค์ที่จะประกาศให้บรรดาประชาชาติทราบถึงสิ่งอัศจรรย์ที่พระองค์ทรงกระทำ

พันธสัญญาใหม่

2 โครินธ์ 5:11-6:2

พันธกิจแห่งการคืนดีกัน

 11เพราะฉะนั้น ในเมื่อเรารู้จักเกรงกลัวองค์พระผู้เป็นเจ้าแล้ว เราจึงชักชวนคนทั้งหลาย เราเป็นอย่างไรก็ปรากฏชัดต่อพระเจ้า และข้าพเจ้าหวังว่าจะปรากฏชัดต่อมโนธรรมของท่านด้วย 12เราไม่ได้ยกย่องตัวเองกับท่านทั้งหลายอีก แต่จะให้ท่านมีโอกาสเอาเราไปอวด เพื่อพวกท่านจะมีข้อโต้ตอบพวกที่ชอบอวดสิ่งที่ปรากฏ แทนที่จะอวดสิ่งที่อยู่ในจิตใจ 13เพราะว่าถ้าเราเป็นเหมือนคนเสียสติ ก็เพราะเห็นแก่พระเจ้า หรือถ้าเราเป็นเหมือนคนปกติก็เพราะเห็นแก่ท่านทั้งหลาย 14เพราะว่าความรักของพระคริสต์ควบคุมเราอยู่ เรามั่นใจเช่นนี้ว่ามีผู้หนึ่งสิ้นพระชนม์เพื่อทุกคน ดังนั้นทุกคนจึงตายแล้ว 15และพระองค์สิ้นพระชนม์เพื่อทุกคน เพื่อบรรดาคนที่มีชีวิตอยู่จะไม่อยู่เพื่อตัวเองอีกต่อไป แต่จะอยู่เพื่อพระองค์ที่สิ้นพระชนม์ และทรงเป็นขึ้นมาเพราะเห็นแก่เขาทั้งหลาย 16เพราะฉะนั้นตั้งแต่นี้ไป เราจะไม่พิจารณาใครตามมาตรฐานของโลก แม้ว่าเมื่อก่อนเราเคยพิจารณาพระคริสต์ตามมาตรฐานของโลกก็จริง แต่เดี๋ยวนี้เราจะไม่พิจารณาพระองค์เช่นนั้นอีก 17ฉะนั้นถ้าใครอยู่ในพระคริสต์ เขาก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว สิ่งสารพัดที่เก่าๆ ก็ล่วงไป นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น 18สิ่งทั้งหมดนี้เกิดจากพระเจ้า ผู้ทรงให้เราคืนดีกับพระองค์โดยทางพระเยซูคริสต์ และประทานพันธกิจในเรื่องการคืนดีนี้แก่เรา 19คือพระเจ้าทรงให้โลกนี้คืนดีกับพระองค์โดยพระคริสต์ ไม่ทรงถือโทษในความผิดของพวกเขา และทรงมอบเรื่องราวการคืนดีนี้ให้เราประกาศ 20เพราะฉะนั้นเราจึงเป็นทูตของพระคริสต์โดยที่พระเจ้าทรงขอร้องท่านทั้งหลายผ่านทางเรา เราจึงวิงวอนท่านในนามของพระคริสต์ให้คืนดีกับพระเจ้า 21พระเจ้าทรงทำพระองค์ผู้ทรงไม่มีบาปให้บาป เพราะเห็นแก่เรา เพื่อเราจะได้เป็นคนชอบธรรมของพระเจ้าทางพระองค์

2 โครินธ์ 6

1ในเมื่อเราทำงานร่วมกับพระเจ้า เราจึงขอร้องท่านทั้งหลายว่า อย่ารับพระคุณของพระเจ้าโดยไม่เกิดประโยชน์ 2เพราะว่าพระองค์ตรัสว่า

 “ในเวลาโปรดปรานเราได้ฟังเจ้า
  ในวันแห่งความรอดเราได้ช่วยเจ้า”

นี่แน่ะ บัดนี้เป็นเวลาแห่งความโปรดปราน นี่แน่ะ บัดนี้เป็นวันแห่งความรอด

อรรถาธิบาย

ทูตกับข้อความเร่งด่วน

พวกเราล้วนเป็น ‘ทูตของพระคริสต์’ (5:20) เปาโลในฐานะทูตของพระคริสต์แสวงหาที่จะ ‘ชักชวนคนทั้งหลาย’ (ข้อ 11) ให้มารู้จักเกี่ยวกับความจริงของข่าวประเสริฐ

นี่เป็นความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ และเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการอย่างจริงจัง ‘ไม่ใช่เรื่องเล็กเลย การได้รู้ว่าวันหนึ่งพวกเราทุกคนจะไปยืนอยู่ในสถานที่แห่งการพิพากษา นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมพวกเราทำงานอย่างเร่งด่วนกับทุกคนที่เราพบ เพื่อเตรียมพวกเขาให้พร้อมกับการไปอยู่ต่อหน้าพระพักตร์พระเจ้า’ (ข้อ 11, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

พระเจ้าสำแดงพระองค์ผ่านทางคุณ แทนที่พระเจ้าจะสำแดงพระองค์ผ่านทางทูตสวรรค์ พระองค์เลือกที่จะทำผ่านคุณ ‘พระเจ้ามอบหมายงานให้แก่ท่าน ให้บอกกับทุกคนถึงสิ่งที่พระองค์กำลังทำ’ (ข้อ 19ข, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล) อาจารย์เปาโลเขียนไว้ว่า ‘เราจึงวิงวอนท่านในนามของพระคริสต์ให้คืนดีกับพระเจ้า’ (ข้อ 20) ‘กลายมาเป็นเพื่อนของพระเจ้า พระองค์เป็นเพื่อนคนหนึ่งของท่านแล้ว’ (ข้อ 20, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

1. ความรักคือ... แรงจูงใจ
‘เพราะว่าความรักของพระคริสต์ควบคุมเราอยู่’ (ข้อ 14) ‘ความรักของพระองค์เป็นถ้อยคำแรกและถ้อยคำสุดท้าย อยู่ในทุกสิ่งที่พวกเราทำ’ (ข้อ 14ก, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล) คุณถูกเรียกให้ใช้ชีวิตด้วยความรัก ประการแรก จงรักพระเยซูผู้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเรา เพื่อเราจะไม่มีชีวิตอยู่เพื่อตนเองอีกต่อไป แต่เพื่อพระองค์ (ข้อ 15) ประการที่สอง ความรักต่อผู้อื่น เพราะเรามั่นใจแล้วว่าพระเยซูสิ้นพระชนม์เพื่อพวกเขา ‘เพียงพระองค์เดียวสิ้นพระชนม์เพื่อเราทุกคน’ (ข้อ 14ข, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

2. ความรักคือ... ข้อความ
ข้อความ คือ ‘พระเจ้ารักคุณ’ พระองค์ทรงต้อนรับคุณด้วยอ้อมแขนที่เปิดกว้าง เพราะพระเยซูสิ้นพระชนม์เพื่อคุณ คุณสามารถเป็นเพื่อนกับพระเจ้าได้ คุณสามารถเข้าหาพระองค์อย่างกล้าหาญและมั่นใจ เข้าหาได้บ่อยเท่าที่คุณเลือกจะทำ

ข้อความนี้เป็นเรื่องของการการคืนดี (ข้อ 18 – 19) การคืนดีเป็นเรื่องเกี่ยวกับการฟื้นฟูมิตรภาพในความสัมพันธ์แห่งรักกับพระเจ้าหรือต่อกันและกัน นับเป็นเกียรติและความยินดีอย่างยิ่งที่จะได้เห็นผู้คนคืนดีกับพระเจ้า และต่อกันและกัน โดยเฉพาะในการสมรส ครอบครัว หรือในความสัมพันธ์อื่นๆ ที่แตกร้าว

มันเป็นไปได้ผ่านการสิ้นพระชนม์และฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซู 'พระเจ้าได้มอบความผิดให้แก่พระองค์ผู้ไม่เคยทำสิ่งใดผิด เพื่อพวกเราจะได้ถูกจัดวางไว้กับพระเจ้าอย่างถูกต้อง’ (ข้อ 21, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

เปาโลเขียนว่า ‘พระเจ้าทรงให้โลกนี้คืนดีกับพระองค์โดยพระคริสต์’ (ข้อ 19) บางคนล้อเลียนคำสอนในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ และแนะนำว่าพระเจ้านั้นป่าเถื่อนและไม่ยุติธรรมเพราะพระองค์ลงโทษพระเยซูผู้ไม่มีความผิดแทนที่จะเป็นพวกเรา แต่นี่ไม่ได้เป็นไปอย่างที่พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ว่าไว้ กลับกันเปาโลเขียนว่า ‘พระเจ้าทรงให้... โดยพระคริสต์’ พระเยซูทรงรับสภาพเป็นมนุษย์พระบุตรของพระเจ้าทำให้เป็นไปได้สำหรับพวกเราที่จะได้รับการฟื้นฟูในความสัมพันธ์กับพระองค์

ผลลัพธ์คือ ‘ถ้าใครอยู่ในพระคริสต์ เขาก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว สิ่งสารพัดที่เก่า ๆ ก็ล่วงไป นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น!’ (ข้อ 17) ดังที่พระคริสตธรรมคัมภีร์ฉบับ The New Living Translation กล่าวไว้ว่า ‘ฉะนั้น ถ้า​ผู้​ใด​อยู่​ใน​พระ​คริสต์ ผู้​นั้น​ก็​เป็น​คน​ใหม่ สภาพ​เก่า​ล่วง​ไป มี​สภาพ​ใหม่​เข้า​มา​แทน!’ (ข้อ 17, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The New Living Translation โดยผู้แปล)

3. ความรักคือ... ความหมาย
อย่ากดดันคน แต่ในทางกลับกัน ให้พยายามชักชวนพวกเขา (ข้อ 11) เพราะคุณรักพวกเขา อธิษฐานวิงวอนให้แก่พวกเขาแทนพระคริสต์ (ข้อ 20) คุณเป็นตัวแทนของพระคริสต์ พระเยซูทรงแสดงความรักเสมอ และในฐานะทูตของพระองค์ คุณเป็นตัวแทนของความรักนี้ด้วย

เปาโลเขียนไว้ว่า ‘ข้าพเจ้าหวังว่าท่านจะรู้ว่าเราใส่ใจมากแค่ไหน’ (ข้อ 11, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล) ดังที่มักกล่าวกันว่า ‘ผู้คนไม่สนใจว่าคุณรู้มากแค่ไหน จนกว่าพวกเขา จะรู้ว่าคุณใส่ใจมากแค่ไหน’

คำอธิษฐาน

ข้าแต่พระเจ้า โปรดช่วยข้าพระองค์ให้เป็นทูตที่ดีของพระคริสต์ ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้มีชีวิตที่มีแต่ความรัก ขอให้ความรักของพระเยซูอยู่ด้วยกับข้าพระองค์ในทุกสิ่งที่ข้าพระองค์ทำ

พันธสัญญาเดิม

อิสยาห์ 1:1-2:22

 1นิมิตเกี่ยวกับยูดาห์และเยรูซาเล็มที่อิสยาห์บุตรอามอสได้เห็นในรัชกาลของอุสซียาห์ โยธาม อาหัส และเฮเซคียาห์ บรรดากษัตริย์ของยูดาห์

ความชั่วทั้งหลายของยูดาห์

2ฟ้าสวรรค์เอ๋ย จงฟัง แผ่นดินโลกเอ๋ย จงเงี่ยหู
 เพราะพระยาห์เวห์ตรัสว่า
“เราได้เลี้ยงลูกและทำให้เติบโตขึ้น
 แต่พวกเขาได้กบฏต่อเรา
3โคยังรู้จักเจ้าของของมัน
 และลาก็รู้จักรางหญ้าของนายมัน
แต่อิสราเอลไม่รู้จัก
 ชนชาติของเราไม่เข้าใจ”
4เออ ประชาชาติบาปหนา
 ชนชาติที่แบกภาระหนักของความชั่ว
เชื้อสายของพวกเลวทราม
 ลูกที่ทำความเสื่อมเสีย
เขาทั้งหลายละทิ้งพระยาห์เวห์
 พวกเขาดูหมิ่นองค์บริสุทธิ์ของอิสราเอล
 เขาทั้งหลายหันหลังให้พระองค์
5ทำไมพวกเจ้ายังอยากถูกเฆี่ยนอีก?  ทำไมพวกเจ้ากบฏอยู่เรื่อยไป?
ศีรษะก็เจ็บไปหมด
 ใจก็อ่อนเปลี้ยไปสิ้น
6ตั้งแต่ฝ่าเท้าถึงศีรษะ
 ไม่มีตรงไหนปรกติเลย
ล้วนแต่ฟกช้ำและเป็นรอยเฆี่ยน
 ทั้งยังเป็นแผลเลือดไหล
ไม่ได้บีบออกหรือพันไว้
 หรือบรรเทาปวดด้วยน้ำมัน
7ประเทศของพวกเจ้าก็ร้างเปล่า
 เมืองทั้งหลายของเจ้าก็ถูกไฟเผา
ส่วนแผ่นดินของเจ้าทั้งหลาย
 คนต่างด้าวก็ทำลายเสียต่อหน้าพวกเจ้า
 มันจึงร้างไปเหมือนถูกทำลายล้างด้วยคนต่างด้าว
8ส่วนธิดาศิโยนก็ถูกทิ้งไว้
 เหมือนเพิงในสวนองุ่น
เหมือนกระท่อมในไร่แตงกวา  เหมือนเมืองที่ถูกปิดล้อม
9ถ้าพระยาห์เวห์จอมทัพ
 ไม่ได้เหลือคนไว้ให้เราบ้าง
เราก็จะเป็นเหมือนเมืองโสโดม
 และเหมือนเมืองโกโมราห์
10จงฟังพระวจนะของพระยาห์เวห์
 พวกผู้ปกครองเมืองโสโดม
จงเงี่ยหูฟังธรรมบัญญัติของพระเจ้าของเรา
 พวกประชาชนเมืองโกโมราห์
11พระยาห์เวห์ตรัสว่า
 “เครื่องบูชามากมายของเจ้านั้นเป็นประโยชน์อะไรกับเรา?
แกะตัวผู้ที่เป็นเครื่องบูชาเผาทั้งตัวนั้นเรามีเกินพอแล้ว
 รวมทั้งไขมันของสัตว์ทั้งหลายที่ขุนไว้นั้น
เราไม่ปีติยินดีในเลือดของวัวผู้
 หรือของลูกแกะหรือของแพะผู้ 12“เมื่อเจ้าเข้ามาปรากฏตัวต่อหน้าเรา
 ใครขอให้พวกเจ้าทำเช่นนี้
 ในการเหยียบเข้ามาในบริเวณของเรา?
13อย่านำของถวายอนิจจังมาอีกเลย
 เครื่องหอมก็เป็นสิ่งน่าสะอิดสะเอียนต่อเรา
วันเทศกาลเลี้ยงข้างขึ้น วันสะบาโตและการเรียกมาชุมนุม
 เราทนไม่ได้กับการทำชั่วพร้อมกับการประชุมศักดิ์สิทธิ์
14ใจของเราเกลียดชัง
 วันเทศกาลเลี้ยงข้างขึ้นและวันเทศกาลเลี้ยงตามกำหนดของเจ้า
มันกลายเป็นภาระหนักบนตัวเรา
 เราแบกจนเหน็ดเหนื่อยแล้ว
15เมื่อพวกเจ้ากางมือของเจ้าออก
 เราจะปิดตาของเราจากเจ้า
แม้ว่าเจ้าจะอธิษฐานมากมาย
 ด้วยมือของพวกเจ้าเต็มด้วยเลือด
16จงชำระตัว และทำตัวเจ้าให้สะอาด
 จงเอาความชั่วของเจ้าไปให้พ้นจากสายตาเรา
 จงเลิกทำชั่ว
17จงฝึกทำดี
 จงเสาะหาความเป็นธรรม
จงแก้ไขการบีบบังคับ
 จงแก้ต่างให้ลูกกำพร้าพ่อ
 จงสู้ความเพื่อหญิงม่าย”
18พระยาห์เวห์ตรัสว่า
 “มาเถิด ให้พวกเราสู้ความกัน
ถึงบาปของเจ้าเป็นเหมือนสีแดงเข้ม
 ก็จะขาวอย่างหิมะ
ถึงมันจะแดงเหมือนผ้าแดง
 ก็จะเป็นอย่างขนแกะ
19ถ้าพวกเจ้าเต็มใจและเชื่อฟัง
 เจ้าจะได้กินผลดีแห่งแผ่นดิน
20แต่ถ้าพวกเจ้าปฏิเสธและกบฏ
 เจ้าจะถูกกลืนกินด้วยคมดาบ”
เพราะว่าพระโอษฐ์ของพระยาห์เวห์ตรัสไว้แล้ว
 นครเสื่อมทราม
21นครซื่อสัตย์
 กลายเป็นเมืองแพศยาแล้วหนอ
เธอเคยเปี่ยมด้วยความยุติธรรม
 ความชอบธรรมเคยพำนักอยู่ในเธอ
 แต่บัดนี้มีแต่ฆาตกร
22เงินของเจ้ากลายเป็นขี้เงินไปแล้ว
 เหล้าองุ่นของเจ้าก็เจือด้วยน้ำ 23เจ้านายของเจ้าเป็นพวกกบฏ
 และเป็นพรรคพวกกับโจร
ทุกคนรักสินบน
 และไล่ตามของกำนัล
เขาไม่ได้แก้ต่างให้ลูกกำพร้าพ่อ
 และคดีของหญิงม่ายก็มาไม่ถึงพวกเขา 24ฉะนั้น องค์เจ้านายคือพระยาห์เวห์จอมทัพ
 ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ของอิสราเอลตรัสว่า “ดูเถิด เราจะระบายความโกรธเหนือคู่อริของเรา
 และเราจะแก้แค้นศัตรูของเราให้ตัวเอง
25เราจะหันมือของเรามาสู้เจ้า
 เราจะถลุงไล่ขี้แร่ของเจ้าออกเหมือนล้างด้วยน้ำด่าง
 เราจะเอาสิ่งเจือปนของเจ้าออกให้หมด
26เราจะทำให้ผู้พิพากษาของเจ้าเป็นเหมือนเดิม
 และจะให้ที่ปรึกษาของเจ้าเหมือนอย่างครั้งแรก
ภายหลัง เขาจะเรียกเจ้าว่านครชอบธรรม
 เมืองซื่อสัตย์”
27ศิโยนจะได้รับการไถ่ด้วยความยุติธรรม
 และคนที่กลับใจในนครนั้นจะรับการไถ่ด้วยความชอบธรรม
28แต่พวกกบฏและพวกคนบาปจะถูกทำลายด้วยกัน
 และพวกที่ละทิ้งพระยาห์เวห์จะถูกล้างผลาญ
29เพราะพวกเจ้าจะอับอายเรื่องต้นโอ๊ก
 ที่เจ้าทั้งหลายชื่นชอบนั้น
ทั้งจะอับอายเรื่องสวน
 ซึ่งเจ้าทั้งหลายได้เลือกนั้น
30เพราะเจ้าทั้งหลายจะเป็นเหมือนต้นโอ๊ก
 ที่ใบเหี่ยวแห้ง
 และเหมือนสวนที่ขาดน้ำ
31และคนแข็งแรงจะกลายเป็นใยป่าน
 และกิจการของเขากลายเป็นประกายไฟ
แล้วทั้งสองอย่างจะไหม้ไปด้วยกัน
 และไม่มีใครดับได้

อิสยาห์ 2

พระนิเวศของพระเจ้าในอนาคต

 1ถ้อยคำเกี่ยวกับยูดาห์และเยรูซาเล็มที่อิสยาห์บุตรอามอสได้เห็น

2ในวาระสุดท้ายจะเป็นดังนี้
 คือภูเขาแห่งพระนิเวศของพระยาห์เวห์
จะถูกสถาปนาขึ้นเป็นที่สูงสุดของภูเขาทั้งหลาย
 และจะถูกยกขึ้นให้อยู่เหนือบรรดาเนินเขา
 ประชาชาติทั้งหมดจะหลั่งไหลเข้ามาหา
3และชนชาติจำนวนมากจะมาและกล่าวว่า
 “มาเถิด ให้เราขึ้นไปยังภูเขาของพระยาห์เวห์
ไปยังพระนิเวศของพระเจ้าของยาโคบ
 แล้วพระองค์จะทรงสอนวิถีของพระองค์แก่เรา
และเพื่อเราจะเดินในมรรคาแปลว่า ทางของพระองค์”
 เพราะว่าธรรมบัญญัติจะออกมาจากศิโยน
 และพระวจนะของพระยาห์เวห์จะออกมาจากเยรูซาเล็ม
4พระองค์จะทรงวินิจฉัยระหว่างประชาชาติทั้งหลาย
 และจะทรงตัดสินความให้ชนชาติจำนวนมาก
และพวกเขาจะตีดาบของเขาให้เป็นผาลไถนา
 และหอกของเขาทั้งหลายให้เป็นขอลิดแขนง
ประชาชาติจะไม่ยกดาบขึ้นต่อสู้กัน
 และเขาจะไม่ศึกษายุทธศาสตร์อีกต่อไป
 การพิพากษาคนเย่อหยิ่ง
5โอ เชื้อสายของยาโคบเอ๋ย
 มาเถิด ให้เราดำเนิน
 ในความสว่างของพระยาห์เวห์
6เพราะว่าพระองค์ทรงละทิ้งชนชาติของพระองค์เสีย
 คือเชื้อสายของยาโคบ
เพราะว่าเขาเต็มด้วยผู้ทำนายจากตะวันออก
 และเต็มด้วยหมอดูเหมือนคนฟีลิสเตีย
 และพวกเขาตีสนิทกับคนต่างชาติ
7แผ่นดินของเขาเต็มด้วยเงินและทองคำ
 ทรัพย์สมบัติของพวกเขาไม่มีที่สิ้นสุด
แผ่นดินของเขาเต็มด้วยพวกม้าศึก
 รถรบทั้งหลายของพวกเขาไม่มีที่สิ้นสุด
8แผ่นดินของเขาเต็มด้วยรูปเคารพ
 พวกเขากราบไหว้ผลงานจากมือของเขา
 และกราบไหว้สิ่งที่นิ้วมือของเขาได้ทำ
9มนุษย์จึงตกต่ำ
 และคนก็ต่ำต้อยลง
 อย่าอภัยเขาทั้งหลายเลย
10จงหลบเข้าไปอยู่ในหิน
 และซ่อนตัวในผงคลี
ให้พ้นจากความน่าเกรงกลัวของพระยาห์เวห์
 และจากพระรัศมีแห่งความโอ่อ่าตระการของพระองค์
11ท่าทีอันผยองของมนุษย์จะต่ำต้อยลง
 และความจองหองของคนจะตกต่ำ
 พระยาห์เวห์องค์เดียวจะเป็นที่เทิดทูนในวันนั้น
12เพราะว่าพระยาห์เวห์จอมทัพทรงเตรียมวันหนึ่ง
 ซึ่งจะต่อสู้กับสารพัดที่เย่อหยิ่งและโอหัง
 ทั้งกับสารพัดที่ถูกยกชูขึ้นซึ่งจะต่ำต้อยลง
13ที่จะสู้กับต้นสนสีดาร์ทั้งหมดของเลบานอน
 ซึ่งสูงและชูขึ้น
 และกับต้นโอ๊กทั้งหมดแห่งบาชาน
14ซึ่งจะต่อสู้กับภูเขาสูงทุกลูก
 กับเนินเขาทั้งหมดที่ถูกยกขึ้น
15กับหอคอยสูงทุกแห่ง
 และกำแพงที่เข้มแข็งทั้งหมด
16ที่จะสู้กับกำปั่นทั้งหมดของทารชิช
 และกับเรืองดงามทุกลำ
17ความผยองของมนุษย์จะตกต่ำลง
 และความจองหองของคนจะต่ำต้อยลง และพระยาห์เวห์องค์เดียวจะเป็นที่เทิดทูนในวันนั้น
18และพวกรูปเคารพจะสูญสิ้นไป
19คนจะเข้าไปในถ้ำของหินผา
 และในโพรงของพื้นดิน
ให้พ้นจากความน่าเกรงกลัวของพระยาห์เวห์
 และจากพระรัศมีแห่งความโอ่อ่าตระการของพระองค์
 เมื่อพระองค์ทรงลุกขึ้นทำให้โลกสั่นสะเทือน
20ในวันนั้นคนจะเหวี่ยง
 รูปเคารพของเขาที่ทำด้วยเงินและรูปเคารพที่ทำด้วยทองคำ
ซึ่งพวกเขาทำให้กับตัวเองเพื่อใช้กราบไหว้นั้นออกไป
 ยังตัวตุ่นและตัวค้างคาว
21เพื่อจะเข้าถ้ำหิน
 และเข้าซอกผา
ให้พ้นจากความน่าเกรงกลัวของพระยาห์เวห์
 และพ้นจากพระรัศมีแห่งความโอ่อ่าตระการของพระองค์
 เมื่อพระองค์ทรงลุกขึ้นทำให้โลกสั่นสะเทือน
22จงหยุดยึดถือมนุษย์
 ซึ่งมีเพียงลมหายใจในจมูกของเขา
 ด้วยเขามีคุณค่าอะไรเล่า?

อรรถาธิบาย

ทูตแห่งความรักอันบริสุทธิ์

‘พระนามเฉพาะของพระเจ้าในอิสยาห์คือ “ความบริสุทธิ์”’ ยูจีน ปีเตอร์สันเขียนไว้ ‘ความบริสุทธิ์เป็นคุณสมบัติที่น่าดึงดูดใจที่สุด เป็นประสบการณ์ที่เข้มข้นที่สุดที่เราเคยได้รับจากชีวิตที่แท้จริงและเป็นของแท้ เป็นชีวิตจริงไม่ใช่แค่มองมันและมีความสุขจากที่ไกล ๆ...ความบริสุทธิ์เป็นเตาหลอมที่เปลี่ยนชายและหญิงที่เข้าไปสัมผัส

ข้อความของอิสยาห์เกี่ยวกับความรักอันบริสุทธิ์ที่พระเจ้ามีต่อประชากรของพระองค์ พระเจ้ารักประชากรของพระองค์มากกว่าคนเป็นพ่อแม่รักเลือดเนื้อเชื้อไขของพวกเขา

อย่างไรก็ตาม อิสยาห์กล่าวว่า ‘เพราะพระยาห์เวห์ตรัสว่า “เราได้เลี้ยงลูกและทำให้เติบโตขึ้น แต่พวกเขาได้กบฏต่อเรา” (1:2) อิสยาห์ยังกล่าวต่อไปถึงวิธีต่างๆ ที่ลูกๆ จะกบฏ ไม่ว่าจะเป็นความไม่สัตย์ซื่อของพวกเขา ความอยุติธรรมที่พวกเขายอมให้มันเกิดขึ้น และความล้มเหลวในการดูแลหญิงม่ายและเด็กกำพร้า (ข้อ 21 – 23)

ความปรารถนาของพระเจ้า เป็นไปเพื่อความบริสุทธิ์:

‘ชำระชีวิตของเจ้า และเรื่องความชั่วให้พ้นไป
 เพื่อเราจะได้ไม่ต้องจดจ่ออยู่กับมันให้นานไป
เปิดปากว่า ไม่ ต่อการทำชั่ว
 เรียนรู้การทำดี
กระทำงานเพื่อความชอบธรรม
 ช่วยผู้ตกทุกข์ให้พ้นทุกข์
ยืนหยัดเพื่อผู้ไร้บ้านพักพิง
 และสู้เพื่อผู้ไร้การป้องกัน’ (ข้อ 16-17 พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

แต่พวกเขาต่างล้มเหลวและกบฏ นอกจากนี้ พวกเขายังเต็มไปด้วยเรื่องไสยศาสตร์ ฝึกฝนการทำนาย และบ้านเมืองของพวกเขาเต็มไปด้วยการบูชาวัตถุและรูปเคารพ (2:6-8)

ความเชื่อของพวกเขาไม่ก่อให้เกิดผลดีอันใด องค์เจ้านายตรัสว่า ‘เครื่องบูชามากมายของเจ้านั้นเป็นประโยชน์อะไรกับเรา? แกะตัวผู้ที่เป็นเครื่องบูชาเผาทั้งตัวนั้นเรามีเกินพอแล้ว รวมทั้งไขมันของสัตว์ทั้งหลายที่ขุนไว้นั้น'(1:11ค) ‘เราทนไม่ได้กับการล้อเล่นกับความเชื่อของพวกเจ้า... เราเบื่อกับศาสนา ศาสนา ศาสนาของพวกเจ้า ในขณะที่เจ้าทำบาป’ (ข้อ 13-14, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

กระนั้น พระเจ้าไม่ทอดทิ้งพวกเขา พระองค์ตรัสว่า ‘มาเถิด ให้พวกเราสู้ความกัน’ (ข้อ 18) ‘ถึงบาปของเจ้าเป็นสีแดงเข้มราวเลือด เจ้าจะกลับขาวเป็นหิมะ ถ้าหากว่าบาปของเจ้าแดงราวเลือดหมู เจ้าจะกลับกลายเป็นดั่งขนแกะ’ (ข้อ 18, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

พระองค์ทรงสัญญาว่า ‘ภายหลัง เขาจะเรียกเจ้าว่านครชอบธรรม เมืองซื่อสัตย์ เมืองแห่งความซื่อสัตย์ ศิโยนจะได้รับการไถ่ด้วยความยุติธรรม และคนที่กลับใจในนครนั้นจะรับการไถ่ด้วยความชอบธรรม’ (ข้อ 26ข–27ก) เช่นเดียวกับมีคาห์ พระเจ้าสัญญาว่าความยุติธรรมและสันติจะมาถึง (2:2–4)

แต่อย่างไรกัน? เราที่เป็นคนบาปและชอบกบฏจะเป็นคนชอบธรรมได้อย่างไร เราซึ่ง ‘บาปของเจ้าเป็นเหมือนสีแดงเข้ม’ จะ ‘ขาวอย่างหิมะ’ (1:18) ได้อย่างไร? คำสัญญาที่น่าทึ่งในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิมจะได้รับการเติมเต็มได้อย่างไร?

เราพบทางออกได้ในพระเยซูเท่านั้น นั่นคือสิ่งที่ผู้เผยพระวจนะในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิมบอกล่วงหน้าถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น ในส่วนพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่บอกเราที่อ่านว่าทางออกจะเป็นอย่างไร ‘พระเจ้าทรงทำพระองค์ (พระเยซู) ผู้ทรงไม่มีบาปให้บาป เพราะเห็นแก่เรา เพื่อเราจะได้เป็นคนชอบธรรมของพระเจ้าทางพระองค์’ (2 โครินธ์ 5:21)

พระเยซูผู้ทรง ‘ไม่มีบาป’ ทรงรับบาปแทนเราบนไม้กางเขน เพื่อว่าบาปของเราจะแดงเหมือนเลือดหมู แต่เราจะถูกทำให้ขาวราวกับหิมะในพระองค์ และกลายเป็นความชอบธรรมของพระเจ้า คุณกลายมาเป็นเพื่อนกับพระเจ้า และเป็นทูตของพระคริสต์

คำอธิษฐาน

ข้าแต่พระเจ้า ขอบพระคุณสำหรับเกียรติยศอันยิ่งใหญ่ ให้ข้าพระองค์เป็นทูตของพระองค์ นำข้อความของพระองค์ไปยังโลกที่ต้องการการให้อภัยและรอคอยความหวัง

เพิ่มเติมโดยพิพพา

อิสยาห์ 2:3

‘มาเถิด ให้เราขึ้นไปยังภูเขาของพระยาห์เวห์ ไปยังพระนิเวศของพระเจ้าของยาโคบ แล้วพระองค์จะทรงสอนวิถีของพระองค์แก่เรา และเพื่อเราจะเดินในมรรคาของพระองค์’

ในช่วงเดือนกันยายน ชีวิตมีความยุ่งเหยิงจากการคิดวางแผนการมากมาย ฉันต้องการที่จะเดินไปกับพระเจ้าในเดือนกันยายนนี้ ฉันอยากได้ยินเสียงของพระองค์ และฉันได้นำตัวเองกลับมาหาพระเจ้าอีกครั้ง และพูดว่า ‘สอนวิถีของพระองค์ให้ข้าพระองค์ด้วย พระเจ้า’

reader

App

Download The Bible with Nicky and Pippa Gumbel app for iOS or Android devices and read along each day.

reader

อีเมล

Sign up now to receive The Bible with Nicky and Pippa Gumbel in your inbox each morning. You’ll get one email each day.

reader

เว็บไซต์

Subscribe and listen to The Bible with Nicky and Pippa Gumbel delivered to your favourite podcast app everyday.

การอ้างอิง

ข้อพระคัมภีร์อ้างอิงมาจากพระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 2011 สงวนสิทธิ์โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย (ยกเว้นข้อที่ระบุว่าเป็นฉบับอื่น)

เว็บไซต์นี้จัดเก็บข้อมูล เช่น คุกกี้ เพื่อเปิดใช้งานฟังก์ชั่นและการวิเคราะห์ที่จำเป็นเท่านั้น ดูเพิ่มเติม