วัน 256

อยู่บนเส้นทางของพระเจ้าอย่างไร

ปัญญานิพนธ์ สดุดี 107:-9
พันธสัญญาใหม่ 2 โครินธ์ 12:11-21
พันธสัญญาเดิม อิสยาห์ 29:1-30:18

เกริ่นนำ

ผมจำได้ว่าเคยอ่านเจอเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอิตาเลียน ริเวียร่าเมื่อหลายปีก่อน มีชายคนหนึ่งกำลังขับรถสปอร์ตไปตามท้องถนนใกล้ทะเล ถนนเส้นนั้นมีทิวทัศน์ดึงดูดใจและสวยงาม แต่ถนนนั้นไม่ได้เป็นอย่างที่มันควรจะเป็น

มีป้ายเตือนอยู่ตลอดทาง แต่สำหรับชายหนุ่มคนนั้น เส้นทางนั้นดูดีงามไร้ที่ติ กระนั้นมีภัยพิบัติรอคอยเขาอยู่ เหตุการณ์ดินถล่มที่เกิดขึ้นไม่นานนี้ได้ก่อให้เกิดหน้าผา ไม่ควรมีใครมาขับรถอยู่บนถนนเส้นนี้ แต่เขายังคงเร่งเครื่องด้วยความเร็วสูง เขาเพิกเฉยต่อป้ายเตือนทั้งหมดและพุ่งตรงไปยังหน้าผา

บางครั้งเราไม่แน่ใจว่าเส้นทางที่เดินจะนำไปสู่ที่ไหน แต่ในบางครั้ง เรารู้ดีว่ามันจะพาไปไหนแต่ก็ยังเลือกที่จะไปทางนั้นอยู่ดี

พระเยซูตรัสว่ามีทางที่นำไปสู่ชีวิต และมีทางที่นำไปสู่ความพินาศด้วย (มัทธิว 7:13-14) สัญญาณเตือนไม่ได้ถูกกำหนดให้เป็นภัยคุกคาม แต่คือความรัก ป้ายบนอิตาเลียน ริเวียร่า ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ทุกคนปลอดภัย พระวจนะของพระเยซู พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่และพระคัมภีร์ทั้งเล่มทั้งหมด ได้รับการออกแบบมาเพื่อรักษาเราให้อยู่บนเส้นทางที่นำไปสู่ชีวิต

คุณจะแน่ใจได้อย่างไรว่าคุณอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้อง เมื่อคุณอยู่บนเส้นทางนั้นแล้ว คุณจะอยู่บนเส้นทางนั้นต่อไปได้อย่างไร?

ปัญญานิพนธ์

สดุดี 107:-9

จงขอบพระคุณพระเจ้า ที่ทรงช่วยให้พ้นจากความลำบาก

1จงขอบพระคุณพระยาห์เวห์ เพราะพระองค์ประเสริฐ
 เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์
2ให้ผู้ที่พระยาห์เวห์ทรงไถ่ไว้แล้วกล่าวดังนั้นเถิด
 คือผู้ที่ทรงไถ่ไว้จากมือของคู่อริ
3และทรงรวบรวมเข้ามาจากแผ่นดินทั้งหลาย
 จากตะวันออกและจากตะวันตก
 จากเหนือและจากใต้
4บ้างก็พเนจรอยู่ในถิ่นทุรกันดารในที่แห้งแล้ง
 หาไม่พบทางที่จะเข้านครซึ่งพอจะอาศัยได้
5หิวโหยและกระหาย
 จิตใจพวกเขาก็อ่อนระอาอยู่ภายใน
6เมื่อมีความทุกข์ลำบาก เขาทั้งหลายได้ร้องทูลพระยาห์เวห์
 แล้วพระองค์ทรงช่วยกู้เขาให้พ้นจากความทุกข์ใจ
7พระองค์ทรงนำเขาทั้งหลายไปในทางตรง
 จนเขามาถึงนครซึ่งพอจะอาศัยได้
8ให้เขาทั้งหลายขอบพระคุณพระยาห์เวห์ เพราะความรักมั่นคงของพระองค์
 เพราะการอัศจรรย์ต่างๆ ของพระองค์ที่มีต่อมนุษย์ทั้งหลาย
9เพราะพระองค์ทรงให้ผู้ที่กระหายได้อิ่มเอม
 และผู้ที่หิว พระองค์ทรงให้เขาหนำใจด้วยของดี

อรรถาธิบาย

อยู่บน ‘ถนนที่ยอดเยี่ยม’

‘โอ ขอบคุณพระเจ้า พระองค์ทรงดี ความรักของพระองค์ไม่มีวันสิ้นสุด’ (ข้อ 1, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล) คุณไม่สามารถปรับเปลี่ยนวัตถุประสงค์ของพระเจ้าที่มีสำหรับชีวิตของคุณได้ พระองค์ดี พระองค์ทรงรักคุณ พระองค์ทรงต้องการสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับชีวิตของคุณ พระองค์ทรงเป็น ‘ถนนที่ยอดเยี่ยม’ สำหรับชีวิตของคุณ

พระองค์ต้องการให้คุณเดินไปตามทางของพระองค์ ‘พระองค์ทรงวางเท้าของเจ้าบนทางมหัศจรรย์อันเป็นทางตรงไปยังสถานที่อันดีต่อการดำรงชีวิต’ (ข้อ 7, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล) พระองค์ไม่ต้องการให้ร่อนเร่พเนจรเป็น ‘แรมปีในทะเลทราย มองหาแต่ไม่พบสถานที่เพื่อจะอยู่อาศัย หิวโหยระคนกับคอแห้งผากด้วยความกระหาย เซื่องซึมและกะโผลกกะเผลก จวนเจียนจะหมดแรง’ (ข้อ 4-5, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

ข่าวดีก็คือไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน คุณสามารถ ‘ร้องทูลพระเจ้า” (ข้อ 6ก) เมื่อคุณทำเช่นนั้น พระองค์จะเท ‘น้ำจำนวนมากไหลลงคออันแห้งผาก ผู้หิวโหยและกระหายจะได้อาหารพูนล้นมากมาย’ (ข้อ 9, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

นี่เป็นเพลงสดุดีแห่งการขอบพระคุณสำหรับโอกาสต่าง ๆ ที่พระเจ้าช่วยประชากรของพระองค์ให้รอด ผู้เขียนสดุดีกล่าวว่า ‘แล้วพวกเขาร้องทูลต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าในยามยากลำบากสี่ครั้ง’ (ข้อ 6,13,19,28) แต่ละครั้ง พระเจ้าช่วยพวกเขา

นอกจากนี้ ไม่มีสิ่งใดที่คุณเคยทำในอดีตที่ทำให้คุณขาดคุณสมบัติในการเป็นส่วนหนึ่งในกลุ่มประชากรของพระเจ้า คุณสมบัติเพียงประการเดียวที่ต้องมีคือคุณร้องเรียกหาพระเจ้าและได้รับการทรงไถ่ (ข้อ 2) การไถ่หมายถึง ‘การปล่อยให้เป็นอิสระโดยพระเจ้า’ พระเยซูเสด็จมาเพื่อทำให้การไถ่เป็นไปได้

‘การไถ่ขององค์พระผู้เป็นเจ้า’ เป็นไปเพื่อว่า ‘ผู้ที่พระยาห์เวห์ทรงไถ่ไว้แล้วกล่าว’ (ข้อ 2) พูดและบอกเล่าเรื่องราวของคุณให้คนอื่นฟังว่าพระเจ้าช่วยคุณอย่างไร

คำอธิษฐาน

ข้าแต่พระเจ้า ขอบพระคุณสำหรับหลาย ๆ ครั้งในชีวิตของข้าพระองค์ เมื่อข้าพระองค์ร้องทูลถึงพระองค์ในยามลำบาก พระองค์ทรงนำข้าพระองค์ออกจากความทุกข์ยาก ทรงนำข้าพระองค์ไปด้วยเถิด ข้าพระองค์อธิษฐานอยู่บนเส้นทางตรง (สู่สถานที่แห่งชีวิต)

พันธสัญญาใหม่

2 โครินธ์ 12:11-21

เปาโลเป็นห่วงคริสตจักรโครินธ์

 11ข้าพเจ้าเป็นคนโง่เขลาไปแล้วสิ พวกท่านบังคับข้าพเจ้าให้เป็น เพราะว่าข้าพเจ้าสมควรจะได้รับการยกย่องจากท่าน เพราะว่าข้าพเจ้าไม่ด้อยกว่าพวกอัครทูตพิเศษเลย แม้ข้าพเจ้าจะไม่วิเศษอะไรเลย 12และคุณลักษณะต่างๆ ของอัครทูตก็ประจักษ์ชัดในหมู่พวกท่านแล้ว โดยความทรหดอดทนอย่างยิ่ง โดยหมายสำคัญต่างๆ โดยการอัศจรรย์และการแห่งฤทธานุภาพต่างๆ 13พวกท่านได้รับการปฏิบัติแย่กว่าคริสตจักรอื่นๆ ในเรื่องใดบ้าง? มีเพียงเรื่องนี้คือข้าพเจ้าไม่ได้เป็นภาระกับพวกท่าน ความผิดข้อนี้ขอโปรดอภัยให้ข้าพเจ้าเถิด
 14นี่แน่ะ ข้าพเจ้าเตรียมพร้อมที่จะมาเยี่ยมพวกท่านเป็นครั้งที่สาม และจะไม่เป็นภาระกับท่าน เพราะว่าข้าพเจ้าไม่ต้องการสิ่งใดของท่านทั้งหลาย แต่ต้องการตัวท่าน เพราะว่าไม่สมควรที่ลูกๆ จะสะสมไว้สำหรับพ่อแม่ แต่พ่อแม่สมควรจะสะสมไว้สำหรับลูก 15และข้าพเจ้ามีความยินดีอย่างยิ่งที่จะสละทุกสิ่งและสละตัวเองจนหมดเพื่อเห็นแก่ท่านทั้งหลาย เมื่อข้าพเจ้ารักท่านมากขึ้น พวกท่านกลับจะรักข้าพเจ้าน้อยลงหรือ? 16พวกท่านคงยอมรับว่าข้าพเจ้าเองไม่ได้เป็นภาระกับท่าน แต่ก็ยังมีการพูดว่าข้าพเจ้าเป็นคนเจ้าเล่ห์ใช้อุบายจับท่าน 17ข้าพเจ้าเอาเปรียบพวกท่านผ่านคนหนึ่งคนใดในคนเหล่านั้นที่ข้าพเจ้าส่งไปเยี่ยมพวกท่านหรือ? 18ข้าพเจ้าขอร้องให้ทิตัสไป และส่งพี่น้องอีกคนหนึ่งไปด้วย ทิตัสเอาเปรียบพวกท่านหรือ? เราทั้งสองดำเนินการด้วยจิตใจอย่างเดียวกันและเดินตามรอยเดียวกันไม่ใช่หรือ?
 19พวกท่านคงคิดอยู่ตลอดมาว่าเราแก้ตัวกับพวกท่าน เราพูดในพระคริสต์เฉพาะพระพักตร์พระเจ้าว่า ท่านที่รักทั้งหลาย ทุกสิ่งที่เราทำนั้นก็เพื่อความเจริญของพวกท่าน 20เพราะว่าข้าพเจ้ากลัวว่าเมื่อมาถึง ข้าพเจ้าอาจจะพบว่าพวกท่านไม่เป็นเหมือนอย่างที่ข้าพเจ้าอยากเห็น และพวกท่านก็จะพบว่าข้าพเจ้าไม่เป็นเหมือนอย่างที่ท่านอยากเห็น คือกลัวว่าจะมีการทะเลาะวิวาทกัน ริษยากัน ฉุนเฉียวต่อกัน ชิงดีกัน พูดใส่ร้ายกัน ซุบซิบกัน มีความเย่อหยิ่งจองหองและความวุ่นวาย 21ข้าพเจ้ากลัวว่าเมื่อข้าพเจ้ามาอีก พระเจ้าจะทรงให้ข้าพเจ้าต้องอับอายต่อหน้าพวกท่าน และข้าพเจ้าจะต้องโศกเศร้าที่หลายๆ คนทำผิด และไม่ได้กลับใจจากมลทิน จากการล่วงประเวณี และจากการลามกที่พวกเขาทำอยู่นั้น

อรรถาธิบาย

ดำรงชีวิตอยู่บนเส้นทางแห่งรัก

อัครสาวกเปาโลตั้งใจแน่วแน่ที่จะทำสิ่งที่ถูกต้อง เขาปรารถนาที่จะเดินตามทางที่ถูกต้อง (ข้อ 18)

เปาโลถูกใส่ความเท็จ ‘พวกอัครทูตพิเศษ’ (ข้อ 11) จ้องจะทำลายท่าน ด้วยเหตุนี้ ท่านถูกเข้าใจผิดและถูกโจมตีจากผู้คนที่ควรจะรู้จักท่านดีกว่านี้ ช่างน่าขันที่เปาโลถูกกล่าวหาว่า ตนเองไม่ต้องการรับเงินจากชาวโครินธ์เพราะว่าไม่รักชาวโครินธ์ (ข้อ 13)

เปาโลชี้ให้เห็นว่าเหตุผลที่ไม่รับเงินจากชาวโครินธ์ เป็นเพราะท่านไม่ต้องการเป็นภาระแก่ชาวโครินธ์ โดยกล่าวว่า ‘ข้าพเจ้าไม่ต้องการสิ่งใดของท่านทั้งหลาย แต่ต้องการตัวท่าน เพราะว่าไม่สมควรที่ลูก ๆ จะสะสมไว้สำหรับพ่อแม่ แต่พ่อแม่สมควรจะสะสมไว้สำหรับลูก’ (ข้อ 14ข)

เป็นเพราะความรักของเปาโลที่มีต่อบรรดาคนเหล่านั้น ท่านจึงยินดีจะยอมสละทุกสิ่งเพื่อพวกเขาแม้กระทั่งสละชีวิตตัวเอง (ข้อ 15) ทั้งยังแสดงออกอย่าง ‘ตรงไปตรงมา’ และ ‘สัตย์ซื่อ’ อยู่เสมอ (ข้อ 18, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล) ทุกสิ่งที่เปาโลกระทำก็เพื่อประโยชน์ของชาวโครินธ์ (ข้อ 19) โดยไม่สนใจเงินหรือทรัพย์สินของชาวโครินธ์ แต่สนใจจิตวิญญาณของพวกเขาเสียมากกว่า

เมื่อเปาโลได้ทำสิ่งที่ถูกต้องและอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง เขาต้องการให้ชาวโครินธ์ทำเช่นเดียวกัน เขากลัวว่าบางคนอาจจะนอกลู่นอกทาง ‘การทะเลาะวิวาท ความอิจฉา อารมณ์แปรปรวน การเข้าข้าง คำพูดที่โกรธเคือง ข่าวลือที่ชั่วร้าย ความหยิ่งหัวสูง และความโกลาหลวุ่นวาย’ (ข้อ 20, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

ท่านกลัวว่าเมื่อมาเจอกับพวกเขา ท่านจะพบฝูงชนที่ 'ทำบาปแบบเดิม ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ปฏิเสธไม่ยอมหันกลับจากคอกสุกรแห่งความชั่วร้าย ความผิดปกติทางเพศ และความลามกที่พวกเขาหมกมุ่นอยู่’ (ข้อ 21, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

หลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้เพื่อให้แน่ใจว่าคุณอยู่บนเส้นทางที่นำไปสู่ชีวิต คือเส้นทางแห่งความรัก ความรักแบบที่เปาโลมีต่อชาวโครินธ์

คำอธิษฐาน

ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้แสดงความรักและห่วงใยผู้ที่ข้าพระองค์ปฏิบัติพันธกิจด้วยเสมอ ขอให้ข้าพระองค์ไม่แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว แต่ขอให้แรงจูงใจเดียวของข้าพระองค์เป็นความรัก ขอทรงรักษาข้าพระองค์ไว้บนเส้นทางของพระองค์

พันธสัญญาเดิม

อิสยาห์ 29:1-30:18

กรุงเยรูซาเล็มถูกล้อม

1วิบัติแก่เจ้า อารีเอล อารีเอลเอ๋ย
 นครที่ดาวิดเคยล้อมไว้
จงเพิ่มปีเข้ากับปี
 จงให้มีเทศกาลตามรอบของมัน
2แต่เรายังจะให้อารีเอลทุกข์ใจ
 จะมีการคร่ำครวญและร้องทุกข์
 และนครนี้จะเป็นเหมือนอารีเอลแก่เรา
3และเราจะตั้งค่ายเหมือนวงล้อมรอบๆ เจ้า
 เราจะปิดล้อมเจ้าด้วยหอรบ
 และเราจะตั้งป้อมขึ้นสู้เจ้า
4แล้วเจ้าจะตกต่ำ และพูดจากแผ่นดินโลก
 คำพูดของเจ้าที่มาจากผงคลีจะเหมือนเสียงพึมพำ
เสียงของเจ้าที่มาจากพื้นดินจะเหมือนเสียงผี
 และคำพูดของเจ้าจะเป็นเสียงกระซิบ
5แต่มวลศัตรูของเจ้าจะเหมือนผงฝุ่นละเอียด
 และมวลชนที่น่ากลัวจะเหมือนแกลบกระจายไป
 เพียงชั่วประเดี๋ยวและในทันทีทันใด
6พระยาห์เวห์จอมทัพจะเยี่ยมเยียนเจ้า
 ด้วยฟ้าร้อง ด้วยแผ่นดินไหว และด้วยเสียงดังสนั่น
 ทั้งพายุหมุน ลมพายุ และเปลวเพลิงที่เผาผลาญ
7และมวลประชาชาติทั้งหมดที่ต่อสู้กับอารีเอล
 ทั้งหมดที่ต่อสู้กับเธอและกับที่กำบังเข้มแข็งของเธอ ทั้งทำให้เธอทุกข์ใจ
 จะเป็นเหมือนความฝันหรือนิมิตในเวลากลางคืน
8เหมือนคนหิวฝันว่าเขากำลังกินอยู่
 และเมื่อตื่นขึ้นเขายังหิวอยู่
หรือเหมือนคนกระหายฝันว่าเขากำลังดื่มอยู่
 แล้วเมื่อตื่นขึ้นมาก็อ่อนเปลี้ย และคอยังแห้งอยู่ และจะเป็นเช่นนั้นกับมวลประชาชาติทั้งหมด
 ที่มาต่อสู้กับภูเขาศิโยน
9จงอยู่ในสภาพงงงวยและตกตะลึง
 จงทำตัวเองให้มืดบอดและเป็นคนตาบอด
เขาทั้งหลายเมา แต่ไม่ใช่ด้วยเหล้าองุ่น
 เขาโซเซ แต่ไม่ใช่ด้วยเมรัย
10เพราะว่าพระยาห์เวห์ทรงเทจิตใจแห่งการหลับสนิท
 ลงเหนือเจ้าทั้งหลาย
และทรงปิดตาเจ้าคือบรรดาผู้เผยพระวจนะ
 และคลุมศีรษะเจ้าคือบรรดาผู้ทำนายของเจ้า

 11และนิมิตทั้งหมดนี้กลายเป็นเหมือนถ้อยคำในหนังสือม้วนที่ปิดตราไว้ต่อพวกเจ้า เมื่อเขาให้แก่คนที่อ่านออกและกล่าวว่า “โปรดอ่านเล่มนี้” เขากล่าวว่า “ข้าอ่านไม่ได้เพราะมีตราปิดไว้” 12และเมื่อเขาให้หนังสือแก่คนที่อ่านไม่ออกและกล่าวว่า “โปรดอ่านเล่มนี้” เขากล่าวว่า “ข้าไม่รู้หนังสือ”

13และองค์เจ้านายตรัสว่า
 “เพราะชนชาตินี้เข้ามาใกล้ด้วยปากของเขา
และให้เกียรติเราด้วยริมฝีปากของเขา
 แต่ใจของเขาห่างไกลจากเรา
 เขานมัสการเราเหมือนเป็นระเบียบของมนุษย์ที่จำกันมา
14เพราะฉะนั้น ดูสิ เราจะทำ
 สิ่งมหัศจรรย์กับชนชาตินี้อีก
คือทั้งประหลาดและอัศจรรย์
 ปัญญาของคนมีปัญญาของเขาจะพินาศไป
 และความเข้าใจของคนที่เข้าใจจะถูกปิดบังไว้”
15วิบัติแก่ผู้ซ่อนแผนงานของเขาไว้ลึกๆ จากพระยาห์เวห์
 ซึ่งการกระทำของเขาอยู่ในความมืด
 พวกเขากล่าวว่า “ใครจะเห็นเรา? ใครจะรู้เรื่องของเรา? ”
16เจ้าทำกลับตาลปัตรเสีย
 จะถือว่าช่างปั้นเท่ากับดินเหนียวหรือ?
และสิ่งถูกสร้างจะพูดถึงผู้สร้างมันว่า
 “เขาไม่ได้สร้างข้า”
หรือสิ่งถูกปั้นจะพูดถึงผู้ปั้นมันว่า
 “เขาไม่มีความเข้าใจ” อย่างนี้หรือ?
 ความหวังในอนาคต
17อีกพักเดียวเท่านั้นไม่ใช่หรือ?
 ที่เลบานอนจะกลับกลายเป็นสวนผลไม้
 และสวนผลไม้จะถือว่าเป็นป่า
18และในวันนั้น บรรดาคนหูหนวกจะได้ยิน
 ถ้อยคำของหนังสือม้วน
และตาของคนตาบอดจะมองเห็น
 จากความเลือนรางและความมืด
19คนใจถ่อมจะเพิ่มพูนความชื่นบานในพระยาห์เวห์
 และคนยากจนท่ามกลางมนุษย์จะยินดีในองค์บริสุทธิ์ของอิสราเอล
20เพราะคนโหดร้ายจะสูญสิ้น
 และคนชอบเยาะเย้ยจะหมดไป
 และทุกคนที่หาโอกาสทำชั่วจะถูกขจัด
21คือผู้ใส่ความคนอื่นด้วยถ้อยคำของเขา
 และวางกับดักไว้ดักผู้ตัดสินความที่ประตูเมือง
 ทั้งไม่ให้ความยุติธรรมแก่ฝ่ายถูกด้วยเรื่องไร้แก่นสาร
22เพราะฉะนั้น พระยาห์เวห์ผู้ทรงไถ่อับราฮัม ตรัสดังนี้เกี่ยวกับเชื้อสายของยาโคบว่า
 “ยาโคบจะไม่อับอายอีก
 และหน้าของเขาจะไม่ซีดลงอีกต่อไป
23เพราะเมื่อเขาเห็นลูกหลานของเขา
 ซึ่งเป็นผลงานของมือเราในท่ามกลางเขา
เขาทั้งหลายจะถือว่านามของเราศักดิ์สิทธิ์
 เขาทั้งหลายจะถือว่าองค์บริสุทธิ์ของยาโคบศักดิ์สิทธิ์
 และจะเกรงกลัวพระเจ้าของอิสราเอล
24และพวกผิดเพี้ยนทางความคิดจะมาถึงความเข้าใจ
 และพวกชอบบ่นจะยอมรับการสั่งสอน”

อิสยาห์ 30

การวางใจอียิปต์นั้นไร้ผล

1“วิบัติแก่ลูกหลานที่กบฏ” พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้
 “ผู้วางแผนงาน แต่ไม่ใช่ของเรา
ผู้ทำสนธิสัญญา แต่ไม่ใช่ตามความประสงค์ของเรา
 เพื่อเพิ่มบาปซ้อนบาป
2พวกเดินทางไปยังอียิปต์
 โดยไม่ได้ปรึกษาเรา
เพื่อจะไปลี้ภัยในการคุ้มครองของฟาโรห์
 และจะหาที่กำบังใต้ร่มเงาของอียิปต์
3เพราะฉะนั้น การคุ้มครองของฟาโรห์จะกลายเป็นความอายของเจ้า
 และที่กำบังใต้ร่มเงาของอียิปต์จะกลายเป็นความขายหน้าของเจ้า
4เพราะแม้ว่าพวกเจ้านายของเขาอยู่ที่โศอัน
 และบรรดาทูตของเขาไปถึงฮาเนส
5ทุกคนได้รับความอับอาย
 โดยชนชาติหนึ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อเขา
ซึ่งไม่ได้นำความช่วยเหลือหรือประโยชน์มาให้
 นำแต่ความอายและความขายหน้า
6(ครุวาทคำพูดที่หนักและรุนแรงเรื่องสัตว์ป่าแห่งเนเกบ)
 ไปตามแผ่นดินแห่งความลำบากและแสนระทม
ที่ซึ่งนางสิงโตและสิงโตตัวผู้ออกมา
 ทั้งงูกะปะ และงูแมวเซา
เขาทั้งหลายบรรทุกทรัพย์สมบัติของเขาบนหลังลา
 และบรรทุกทรัพย์สินของเขาบนโหนกอูฐ
 ไปยังชนชาติหนึ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อเขา
7เพราะว่าความช่วยเหลือของอียิปต์นั้นไร้ผลและเปล่าประโยชน์
 เพราะฉะนั้น เราจึงเรียกเขาว่า
ราหับที่นั่งเฉย
 ประชาชนที่กบฏ
8บัดนี้ จงไปเถอะ และเขียนลงบนแผ่นจารึกต่อหน้าเขา
 และบันทึกไว้ในหนังสือ
เพื่อว่าในเวลาข้างหน้าที่จะมาถึง
 มันจะเป็นสักขีพยานตลอดไป
9เพราะว่าเขาเป็นประชาชนที่กบฏ
 เป็นลูกหลานที่พูดปด
เป็นลูกหลานที่ไม่ยอมเชื่อฟัง
 ธรรมบัญญัติของพระยาห์เวห์
10พวกเขากล่าวกับผู้ทำนายว่า “อย่าเห็นเลย”
 และกล่าวกับผู้พยากรณ์ว่า “อย่าพยากรณ์สิ่งถูกต้องแก่เรา
จงพูดแต่สิ่งราบรื่นกับเรา
 จงพยากรณ์มายา
11จงไปเสียให้พ้นทาง จงหันออกไปจากวิถี
 อย่าทำให้เราเผชิญกับองค์บริสุทธิ์ของอิสราเอลอีก”
12เพราะฉะนั้น องค์บริสุทธิ์ของอิสราเอลตรัสดังนี้ว่า
 “เพราะเจ้าดูหมิ่นแปลได้อีกว่า ปฏิเสธถ้อยคำนี้
และวางใจในการบีบบังคับและการทุจริต
 และพึ่งอาศัยสิ่งเหล่านั้น
13เพราะฉะนั้น ความบาปนี้จะเป็นแก่เจ้า
 เหมือนรอยแยกโผล่ออกมาของกำแพงสูงที่กำลังจะพัง
 ซึ่งจะพังลงอย่างปัจจุบันทันด่วนในพริบตาเดียว
14มันจะพังเหมือนภาชนะของช่างปั้นหม้อที่พังไป
 เมื่อถูกทุบให้แตกอย่างไม่ปรานี
โดยไม่พบชิ้นส่วนของภาชนะที่แตกนั้น
 พอที่จะใช้ตักไฟจากข้างเตา
 หรือใช้ตักน้ำจากบ่อเก็บน้ำ”
15เพราะพระยาห์เวห์องค์เจ้านายคือองค์บริสุทธิ์ของอิสราเอลตรัสดังนี้ว่า
 “ในการหันกลับและหยุดนิ่ง เจ้าทั้งหลายจะรอด
การเงียบสงบและการไว้วางใจจะเป็นกำลังของเจ้า
 แต่เจ้าก็ไม่ยอมทำตาม
16และเจ้าทั้งหลายว่า
 ‘ไม่เอา เราจะขี่ม้าหนีไป’
เพราะฉะนั้น พวกเจ้าก็จะหนีไป
 และว่า ‘เราจะขี่ม้าเร็วจัด’
 เพราะฉะนั้น ผู้ไล่ตามเจ้าจะเร็วจัด
17คนหนึ่งพันจะหนีเพราะคำขู่ของคนเดียว
 เจ้าทั้งหลายจะหนีเพราะคำขู่ของห้าคน
จนกระทั่งพวกเจ้าจะเหลือ
 เป็นเหมือนเสาธงบนยอดเขา เหมือนธงสัญญาณบนเนิน”
 พระสัญญาของพระเจ้าต่อศิโยน
18เพราะฉะนั้น พระยาห์เวห์ทรงรอคอยที่จะเมตตาท่าน
 เพราะฉะนั้น พระองค์จะทรงลุกขึ้นเพื่อกรุณาพวกท่าน
เพราะพระยาห์เวห์ทรงเป็นพระเจ้าที่ยุติธรรม  ทุกคนที่รอคอยพระองค์ก็เป็นสุข

อรรถาธิบาย

ทูลถามพระเจ้าเกี่ยวกับแผนการในชีวิตคุณ

บางครั้งเราวางแผนอย่างอิสระ และวิ่งตรงไปหาคนอื่นเพื่อขอความช่วยเหลือ โดยที่เราไม่ถามพระเจ้าก่อน ดังที่จอยซ์ ไมเยอร์กล่าวไว้ว่า ‘เมื่อคุณมีปัญหา อย่าไปที่โทรศัพท์ จงไปที่พระบัลลังก์’

ผู้เผยพระวจนะอิสยาห์วิพากษ์วิจารณ์ประชาชนของพระเจ้าเกี่ยวกับวิธีที่พวกเขาวางแผน พวกเขาล้มเหลวในการปรึกษาพระเจ้า (บทที่ 30 ข้อ 1-2) ท้ายที่สุดมันส่งผลให้พวกเขาไปผิดทาง พวกเขาไปยังอียิปต์โดยไม่ได้ตั้งคำถามถามพระเจ้าให้มากพอ

ปัญหา คือ พวกเขาไม่ต้องการรู้แผนการของพระเจ้าจริง ๆ การนมัสการของพวกเขาเป็นเพียงพิธีการ (บทที่ 29 ข้อ 13) ‘คนเหล่านี้ทำเป็นพูดใหญ่โตถึงสิ่งที่ถูกต้อง แต่ใจของพวกเขาไม่ได้อยู่ด้วย เขากระทำเหมือนกำลังนมัสการเรา แต่ไม่ได้มีความหมายอย่างนั้นเลย’ (ข้อ 13, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

พระเยซูตรัสว่าถ้อยคำเหล่านี้ไม่ได้เขียนขึ้นเพียงเพื่อประชาชนในสมัยของอิสยาห์เท่านั้น พระองค์ตรัสกับพวกฟาริสีและธรรมาจารย์ว่า ‘พวกหน้าซื่อใจคด อิสยาห์พยากรณ์ถึงท่านทั้งหลายถูกแล้วว่า “ชนชาตินี้ให้เกียรติเราแต่ปาก ใจของพวกเขาห่างไกลจากเรา พวกเขานมัสการเราโดยเปล่าประโยชน์ เพราะเอากฎเกณฑ์ของมนุษย์มาสอนว่าเป็นพระดำรัสสอน”’ (มัทธิว 15:7-9)

เพราะใจของพวกเขาไม่ตรงกับพระเจ้า พวกเขาจึงพยายามซ่อนแผนการของตนจากพระเจ้าอย่างสุดลึก ‘เจ้าแสร้งทำเป็นมีหนทางอยู่ ปิดให้พระเจ้าไม่มีส่วนร่วมและคอยไปทำงานเองอยู่ลับหลัง วางแผนอนาคตราวกับเจ้ารู้ทุกอย่าง... เจ้าปฏิบัติต่อช่างปั้นหม้อเหมือนก้อนดินเหนียว หนังสือพูดกับผู้เขียนไหมว่า “เขาไม่ได้เขียนถึงข้า” อาหารพูดกับหญิงที่ทำอาหารไหมว่า “นางไม่มีส่วนต้องทำอาหารจานนี้”’ (อิสยาห์ 29:15-16 , พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

ผลที่ตามมา ‘เจ้าวางแผนแต่ไม่ใช่แผนของเรา เจ้าทำข้อตกลงแต่ไม่ใช่โดยพระวิญญาณของเรา... ออกไปยังอียิปต์โดยไม่ถามให้มากเสียก่อน” (บทที่ 30 ข้อ 1ข-2ก, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

พวกเขา ‘ไม่เต็มใจที่จะฟังคำแนะนำขององค์พระผู้เป็นเจ้า พวกเขากล่าวกับผู้เผยพระวจนะว่า “อย่าเห็นนิมิตอีกเลย!” และกล่าวกับผู้พยากรณ์ว่า “อย่าพยากรณ์สิ่งถูกต้องแก่เรา จงพูดแต่สิ่งราบรื่นกับเรา จงพยากรณ์มายา จงไปเสียให้พ้นทาง จงหันออกไปจากวิถี อย่าทำให้เราเผชิญกับองค์บริสุทธิ์ของอิสราเอลอีก”’ (ข้อ 9ก-11)

พวกเขาไม่ต้องการให้ผู้เผยพระวจนะเตือนพวกเขา พวกเขาเพิกเฉยต่อสัญญาณเตือน อันที่จริง พวกเขาต้องการเอาป้ายเตือนออกจากถนน เพื่อให้ผู้เผยพระวจนะ ‘ไปเสียให้พ้นทาง จงหันออกไปจากวิถี’ (ข้อ 11) พวกเขากล่าวว่า ‘เราจะรีบไปบนหลังม้า!’ (ข้อ 16, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

บางครั้งในชีวิตของผมเอง ผมทำผิดพลาดไปโดยไม่ได้ปรึกษาพระเจ้าและดำเนินการตามแผนของตนเองที่วางไว้

แต่ในพระวจนะตอนนี้ยังมีความหวังที่ว่า ‘ผู้ที่ออกนอกเส้นทางจะกลับมาในเส้นทาง' (บทที่ 29 ข้อ 24, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล) พระเจ้าตรัสว่า ‘ความรอดของเจ้าเรียกร้องให้เจ้ากลับมาหาเรา และหยุดเจ้าจากความพยายามโง่ ๆ ที่จะช่วยเหลือตนเอง ความแข็งแกร่งของเจ้าจะมาจากการพึ่งพาเราโดยสมบูรณ์’ (บทที่ 30 ข้อ 15, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

พระเจ้ามุ่งหวังที่จะอวยพรคุณอย่างแข็งขัน ‘พระยาห์เวห์ทรงรอคอยที่จะเมตตาท่าน’ (ข้อ 18ก) ‘และด้วยเหตุนี้พระองค์จึงทรงยกพระองค์ขึ้น เพื่อพระองค์จะทรงเมตตาคุณและแสดงความดีที่เปี่ยมด้วยความรักกับคุณ เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นพระเจ้าแห่งความยุติธรรม พระพร (ให้มีความสุข ความโชคดี เพื่อจะถูกริษยา) มีแด่บรรดาผู้ซึ่งรอคอย [อย่างจริงจัง] ผู้ที่คาดหวัง และเฝ้ามอง และเฝ้ารอคอยพระองค์ (สำหรับชัยชนะ ความโปรดปราน ความรัก สันติสุข ความปิติยินดี และที่ไม่สามารถมีใครนำมาเปรียบกับพระองค์ได้ มิตรภาพของพระองค์ที่ไม่มีวันแตกหัก!)’ (ข้อ 18ข-18ค, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก Amplified Bible โดยผู้แปล)

คำอธิษฐาน

ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ปรารถนาที่จะทราบแผนการของพระองค์ โปรดช่วยข้าพระองค์ให้ได้ยินเสียงของพระองค์ ช่วยข้าพระองค์ให้มาหาพระองค์ ‘หันกลับและหยุดนิ่ง’ เพื่อจะเดินต่อในเส้นทางของพระองค์ ‘ในการเงียบสงบและการไว้วางใจ’ (ข้อ 15)

เพิ่มเติมโดยพิพพา

สดุดี 107:4, 6-7

‘บ้างก็พเนจรอยู่ในถิ่นทุรกันดารในที่แห้งแล้ง หาไม่พบทางที่จะเข้านครซึ่งพอจะอาศัยได้...เมื่อมีความทุกข์ลำบาก เขาทั้งหลายได้ร้องทูลพระยาห์เวห์ แล้วพระองค์ทรงช่วยกู้เขาให้พ้นจากความทุกข์ใจ พระองค์ทรงนำเขาทั้งหลายไปในทางตรง จนเขามาถึงนครซึ่งพอจะอาศัยได้’

ผู้ลี้ภัยหลายพันคนกำลังหลบหนีจากพื้นที่สงคราม ไร้ความหวังจะได้รับความปลอดภัย ในพื้นที่นั้นมักจะมีเด็กเล็กและผู้เสียชีวิต เมื่อพวกเขามาถึงประเทศของเรา พวกเราจำเป็นต้องมีความเห็นอกเห็นใจและมีสติปัญญาที่จะรู้วีธีที่ดีที่สุดที่ช่วยให้พวกเขาเข้าร่วมรวมกับสังคมของเราและฟื้นตัวจากบาดแผลในจิตใจและเราช่วยพวกเขาในการสร้างชีวิตใหม่

reader

App

Download The Bible with Nicky and Pippa Gumbel app for iOS or Android devices and read along each day.

reader

อีเมล

Sign up now to receive The Bible with Nicky and Pippa Gumbel in your inbox each morning. You’ll get one email each day.

reader

เว็บไซต์

Subscribe and listen to The Bible with Nicky and Pippa Gumbel delivered to your favourite podcast app everyday.

การอ้างอิง

ข้อพระคัมภีร์อ้างอิงมาจากพระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 2011 สงวนสิทธิ์โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย (ยกเว้นข้อที่ระบุว่าเป็นฉบับอื่น)

เว็บไซต์นี้จัดเก็บข้อมูล เช่น คุกกี้ เพื่อเปิดใช้งานฟังก์ชั่นและการวิเคราะห์ที่จำเป็นเท่านั้น ดูเพิ่มเติม