วัน 287

แผนการดีของพระเจ้าเพื่ออนาคตของคุณ

ปัญญานิพนธ์ สดุดี 119:25-35
พันธสัญญาใหม่ 2 เธสะโลนิกา 1:1-12
พันธสัญญาเดิม เยเรมีย์ 27:1-29:23

เกริ่นนำ

นักอนาคตศาสตร์คาดการณ์เกี่ยวกับอนาคต การคาดคะเนประการหนึ่งคือ ทารกบางคนที่เกิดในตอนนี้มีแนวโน้มที่จะมีชีวิตอยู่จนถึงอายุ 150 ปี เมื่อไม่นานนี้นิตยสาร Wired ได้คาดการณ์ว่าแผ่นแปะทดแทนอาหาร (ในอนาคตอาจมีการพัฒนาอีกขั้นไปสู่การใช้แผ่นแปะทดแทนนิโคติน) จะเกิดขึ้นจริงในปี 2018 และในปี 2020 จะมีสกุลเงินใหม่เกิดขึ้นสำหรับการซื้อขายในอวกาศ!

บางคนมองหานักอนาคตศาสตร์เพื่อจะทราบว่าอะไรกำลังเกิดขึ้น บางคนอ่านดวงชะตา เพราะต้องการรู้ว่าอนาคตของพวกเขาจะเป็นอย่างไร แต่อย่างไรก็ตามเยเรมีย์เตือนในข้อพระคัมภีร์สำหรับวันนี้ว่า ‘อย่าฟัง... พวกที่เชื่อเรื่องผีและหมอดู ผู้ซึ่งอ้างว่ารู้อนาคต’ (เยเรมีย์ 27:9, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

การศึกษาประวัติศาสตร์ช่วยให้เราทำนายอนาคตได้ ดังที่วินสตัน เชอร์ชิล เคยกล่าวไว้ว่า ‘การจะเข้าใจอนาคต เราต้องเข้าใจอดีตก่อน’

แต่ในฐานะผู้ที่กุมอดีต ปัจจุบัน และอนาคตไว้ในมือ พระเจ้าเท่านั้นที่รู้อนาคตอย่างแท้จริง ซึ่งส่วนมากก็ถูกซ่อนไว้จากเรา อย่างไรก็ตามมีบางสิ่งเกี่ยวกับอนาคตของคุณที่พระเจ้าทรงบอกคุณ

ปัญญานิพนธ์

สดุดี 119:25-35

ד (ดาเลท)
25จิตใจของข้าพระองค์เกาะติดผงคลี
 ขอทรงรักษาชีวิตข้าพระองค์ไว้ตามพระวจนะของพระองค์
26ข้าพระองค์ได้ทูลถึงทางของข้าพระองค์ และพระองค์ทรงตอบข้าพระองค์
 ขอทรงสอนกฎเกณฑ์ของพระองค์แก่ข้าพระองค์
27ขอทรงทำให้ข้าพระองค์เข้าใจทางแห่งข้อบังคับของพระองค์
 และข้าพระองค์จะตรึกตรองถึงการอัศจรรย์ต่างๆ ของพระองค์
28ข้าพระองค์ร้องไห้ด้วยความโศก
 ขอทรงเสริมกำลังข้าพระองค์ตามพระวจนะของพระองค์
29ขอทรงให้ทางเทียมเท็จห่างไกลจากข้าพระองค์
 และขอทรงพระกรุณาสอนธรรมบัญญัติของพระองค์แก่ข้าพระองค์
30ข้าพระองค์ได้เลือกทางแห่งความซื่อสัตย์
 ข้าพระองค์ตั้งกฎหมายของพระองค์ไว้ตรงหน้าข้าพระองค์
31ข้าพระองค์ผูกพันอยู่กับพระโอวาทของพระองค์
 ข้าแต่พระยาห์เวห์ ขออย่าให้ข้าพระองค์อับอาย
32ข้าพระองค์จะวิ่งในทางแห่งพระบัญญัติของพระองค์
 เพราะพระองค์ทรงขยายความเข้าใจของข้าพระองค์

ה (เฮ)
33ข้าแต่พระยาห์เวห์ ขอทรงสอนทางแห่งกฎเกณฑ์ของพระองค์แก่ข้าพระองค์
 และข้าพระองค์จะรักษาไว้จนสุดปลาย
34ขอประทานความเข้าใจแก่ข้าพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะรักษา
  ธรรมบัญญัติของพระองค์ไว้
 และปฏิบัติตามด้วยสุดใจ
35ขอทรงนำข้าพระองค์ไปในทางแห่งพระบัญญัติของพระองค์
 เพราะข้าพระองค์ยินดีในทางนั้น

อรรถาธิบาย

อนาคตของคุณคือเสรีภาพ

ผมรักพระธรรมสดุดี ซึ่งมีทั้งความซื่อสัตย์ ความจริง และความถูกต้อง

เราทุกคนเผชิญการล่อลวง ความบาป ความยากลำบาก ความเศร้าโศก ความกลัว ความหวัง และความปรารถนา ผู้เขียนสดุดีตอบสนองต่อความท้าทายเหล่านี้อย่างไร?

เขาไม่ได้ปิดบังความรู้สึกของเขา เขาพูดอย่างเปิดเผยและอ่อนแอ ‘ข้าพระองค์รู้สึกแย่มาก ข้าพระองค์ไม่สามารถรู้สึกแย่ไปกว่านี้ได้อีกแล้ว!’ (ข้อ 25ก, ​​พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

คุณก็สามารถแสดงตัวตนกับพระเจ้าและพูดว่า ‘ข้าพระองค์ได้ทูลถึงทางของข้าพระองค์ และพระองค์ทรงตอบข้าพระองค์’ (ข้อ 26ก) สารภาพต่อพระพักตร์พระเจ้า เปิดใจของคุณด้วยความจริงใจต่อพระองค์ มีช่วงเวลาของความเศร้าโศกอย่างสุดซึ้ง ‘ข้าพระองค์ร้องไห้ด้วยความโศก’ (ข้อ 28ก)

จงอธิษฐานเหมือนผู้เขียนสดุดีว่า ‘ขอทรงรักษาชีวิตข้าพระองค์ไว้ตามพระวจนะของพระองค์’ (ข้อ 25ข) ใคร่ครวญพระวจนะของพระเจ้า (ข้อ 27ข) และอธิษฐานว่า ‘ขอทรงเสริมกำลังข้าพระองค์ตามพระวจนะของพระองค์ ขอทรงให้ทางเทียมเท็จห่างไกลจากข้าพระองค์ และขอทรงพระกรุณาสอนธรรมบัญญัติของพระองค์แก่ข้าพระองค์’ (ข้อ 28ข–29)

ตัดสินใจที่จะเดินติดตามพระเจ้าในทุกเส้นทาง แต่ไม่ใช่ด้วยความรู้สึกว่าเป็นภาระหรือรู้สึกผิด เลือกที่จะวิ่งในเส้นทางแห่งพระบัญญัติของพระเจ้า เพราะพระองค์ทรงขยายความเข้าใจของคุณ (ข้อ 32)

คำอธิษฐาน

ข้าแต่พระเจ้า ขอบพระคุณพระองค์ที่มีเส้นทางแห่งเสรีภาพสำหรับข้าพระองค์ และในยามลำบากข้าพระองค์สามารถหันไปหาพระองค์ได้ ข้าพระองค์หันไปหาพระองค์ในเวลานี้ และพูดอย่างตรงไปตรงมากับพระองค์

พันธสัญญาใหม่

2 เธสะโลนิกา 1:1-12

การทักทาย

 1เปาโล สิลวานัส และทิโมธี
 เรียน คริสตจักรของชาวเมืองเธสะโลนิกา ในพระเจ้าพระบิดาของเรา และพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้า
 2ขอให้พระคุณและสันติสุขจากพระเจ้าคือพระบิดา และจากพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้า ดำรงอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด

การพิพากษาเมื่อพระคริสต์จะเสด็จมา

 3พี่น้องทั้งหลาย เราต้องขอบพระคุณพระเจ้าเพราะท่านอยู่เสมอ ซึ่งเป็นเรื่องสมควรยิ่งเพราะความเชื่อของท่านจำเริญขึ้น และความรักของท่านทุกคนที่มีต่อกันทวีขึ้นด้วย 4ฉะนั้นเราเองจึงอวดท่านต่อบรรดาคริสตจักรของพระเจ้า ในเรื่องความทรหดอดทน และความเชื่อของท่านในยามที่ถูกข่มเหงนานาประการ และที่ท่านอดทนต่อความยากลำบากนั้น
 5เรื่องนี้ชี้ชัดถึงการพิพากษาอันยุติธรรมของพระเจ้า ซึ่งจะพิสูจน์ว่าท่านเป็นผู้สมควรกับแผ่นดินของพระเจ้า ซึ่งท่านทั้งหลายกำลังทนทุกข์อยู่เพราะเห็นแก่แผ่นดินนั้น 6พระเจ้าทรงยุติธรรม คือพระองค์จะทรงเอาความยากลำบากไปสนองคนเหล่านั้นที่ก่อความยากลำบากให้กับท่าน 7และจะทรงให้ท่านที่รับความยากลำบากนั้นได้รับความบรรเทาด้วยกันกับเรา เมื่อพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงปรากฏจากสวรรค์ พร้อมกับหมู่ทูตสวรรค์ผู้มีฤทธิ์ของพระองค์ 8ด้วยเปลวเพลิง พระองค์จะลงโทษสนองคนที่ไม่รู้จักพระเจ้า และคนที่ไม่ดำเนินชีวิตตามข่าวประเสริฐเรื่องของพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา 9คนเหล่านั้นจะได้รับโทษ อันเป็นความพินาศนิรันดร์และพรากจากพระพักตร์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า และจากพระสิริแห่งพระกำลังของพระองค์ 10ในวันนั้นที่พระองค์จะเสด็จมา เพื่อรับพระเกียรติท่ามกลางธรรมิกชนของพระองค์ และเพื่อเป็นที่อัศจรรย์ใจในท่ามกลางผู้ที่เชื่อทุกคน รวมทั้งพวกท่านเพราะท่านก็ได้เชื่อคำพยานของเราด้วย 11เพราะเหตุนี้ เราจึงอธิษฐานเพื่อพวกท่านเสมอ ขอพระเจ้าของเราทรงให้ท่านเป็นผู้ที่สมควรแก่การทรงเรียกนั้น และขอพระองค์ทรงให้ความตั้งใจดีทุกประการ และกิจการแห่งความเชื่อทุกอย่างสำเร็จด้วยฤทธิ์เดชของพระองค์ 12เพื่อพระนามของพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้าของเราจะได้รับพระเกียรติเพราะท่านทั้งหลาย และท่านจะได้รับเกียรติเพราะพระองค์ ตามพระคุณแห่งพระเจ้าของเรา และแห่งพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้า

อรรถาธิบาย

อนาคตของคุณมั่นคงปลอดภัย

พระเยซูกำลังกลับมา การเสด็จมาครั้งที่สองของพระองค์เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องรู้และเชื่อเกี่ยวกับอนาคต มันนำการเปลี่ยนแปลงมาสู่ทุกอย่างที่เกี่ยวกับการใช้ชีวิตของคุณในเวลานี้ และเติมความหวังให้กับทุกช่วงเวลาในปัจจุบัน ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร แต่จงใช้ชีวิตทุกวันให้พร้อมเสมอราวกับว่าพระองค์กำลังจะกลับมา จงทำในสิ่งที่พระเจ้าต้องการให้คุณทำ

เปาโลขึ้นต้นจดหมายฉบับนี้ด้วยการยืนยันว่า ‘พระเจ้าของเราประทานทุกสิ่งที่จำเป็น ทำให้คุณเป็นทุกอย่างที่เป็น’ (ข้อ 2, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล) เปาโลขอบคุณพระเจ้าสำหรับการเติบโตของพวกตน ‘ความเชื่อของท่านเติบโตขึ้นอย่างอัศจรรย์ ความรักที่ท่านมีต่อกันกำลังพัฒนาขึ้นอย่างยอดเยี่ยม… เราภูมิใจในตัวท่านมาก’ (ข้อ 3–4, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

มีการเน้นอย่างมากในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่เกี่ยวกับการเติบโตฝ่ายวิญญาณ ไม่ได้หมายถึงการที่ให้คุณยืนอยู่นิ่ง ๆ แต่ความเชื่อและความรักของคุณควรเติบโตขึ้น พระเจ้ากำลังพยายามเพิ่มกล้ามเนื้อแห่งความเชื่อของคุณ ความเชื่อของคุณแข็งแกร่งขึ้นหรือไม่? ความรักของคุณเพิ่มขึ้นหรือไม่? คุณตอบสนองแตกต่างไปจากสองหรือสามปีที่ผ่านมาหรือไม่?

บ่อยครั้งการต่อสู้ก็ทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นมากกว่า ‘ความสำเร็จ’ ความเชื่อและความรักของชาวเมืองเธสะโลนิกาเติบโตขึ้น อาจเป็นเพราะการข่มเหงและความยากลำบากที่พวกเขาต้องอดทน (ข้อ 4)

เปาโลบอกพวกเขาว่าในอนาคตพระเจ้าจะทรงทำให้สิ่งต่าง ๆ ถูกต้อง (ข้อ 6–7) ‘ความยุติธรรมกำลังมา’ (ข้อ 6, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล) เมื่อพระเยซูเสด็จกลับมา พระองค์จะทรงพิพากษาด้วยความเที่ยงธรรมอย่างสมบูรณ์ ‘และจะทรงให้ท่านที่รับความยากลำบากนั้นได้รับความบรรเทาด้วยกันกับเรา เมื่อพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงปรากฏจากสวรรค์ พร้อมกับหมู่ทูตสวรรค์ผู้มีฤทธิ์ของพระองค์’ (ข้อ 7)

พระเจ้าปรารถนาให้ทุกคนกลับใจ และรู้ความจริง (1 ทิโมธี 2:4) แต่พระองค์ทรงเตือนผู้ที่ปฏิเสธความรู้ของพระเจ้าตลอดชีวิตของพวกเขา และไม่เชื่อฟังข่าวประเสริฐขององค์พระเยซูคริสต์ผู้เป็นเจ้าของเรา (2 เธสะโลนิกา 1:8) เช่นเดียวกับผู้ที่ข่มเหงชาวเธสะโลนิกา ในการพิพากษาที่จะมาถึง พวกเขาจะพลาดโอกาสของชีวิตนิรันดร์

สิ่งที่ตรงกันข้ามกับชีวิตนิรันดร์คือ ‘ความพินาศ’ และ ‘พรากจากพระพักตร์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า’ (ข้อ 9) บรรดาผู้ที่รู้จักพระเจ้าและเชื่อฟังพระกิตติคุณจะได้รับประสบการณ์การประทับอยู่ของพระองค์และความยิ่งใหญ่ของพระองค์ในนิรันดร์ ‘ในวันนั้นที่พระองค์จะเสด็จมา เพื่อรับพระเกียรติท่ามกลางธรรมิกชนของพระองค์ และเพื่อเป็นที่อัศจรรย์ใจในท่ามกลางผู้ที่เชื่อทุกคน’ (ข้อ 10ก) เปาโลกล่าวว่าสิ่งนี้รวมถึงชาวเธสะโลนิกาด้วย ‘เพราะท่านก็ได้เชื่อคำพยานของเราด้วย’ (ข้อ 10ข) อนาคตในระยะยาวของพวกเขาจึงมีความมั่นคงปลอดภัยโดยสิ้นเชิง

การตอบสนองของพวกเขาต่อพระกิตติคุณ จึงเป็นสิ่งที่กำหนดอนาคตของพวกเขา ข่าวประเสริฐเป็นเรื่องที่เร่งด่วน พระกิตติคุณจะเป็นข่าวดีก็ต่อเมื่อไปถึงทันเวลา

อนาคตอันใกล้ของพวกเขา เปาโลเขียนว่า ‘เราจึงอธิษฐานเพื่อพวกท่านเสมอ ขอพระเจ้าของเราทรงให้ท่านเป็นผู้ที่สมควรแก่การทรงเรียกนั้น และขอพระองค์ทรงให้ความตั้งใจดีทุกประการ และกิจการแห่งความเชื่อทุกอย่างสำเร็จด้วยฤทธิ์เดชของพระองค์’ (ข้อ 11)

อย่ามัวแต่นั่งรอพระเยซูเสด็จกลับมา พระเจ้ามี ‘วัตถุประสงค์ที่ดี’ สำหรับชีวิตของคุณ พระองค์ทรงเรียกคุณ ทรงใส่ภาระใจไว้ในคุณ พระเจ้าเป็นผู้ทรงทำการอยู่ภายในพวกท่าน ให้ท่านมีความประสงค์และมีความสามารถทำตามชอบพระทัยของพระองค์ (ฟีลิปปี 2:13)

ทั้งหมดนี้ เปาโลอธิษฐานขอให้พระนามของพระเยซูได้รับเกียรติ ‘ถ้าชีวิตของคุณให้เกียรติพระนามของพระเยซู พระองค์จะทรงให้เกียรติคุณ’ (2 เธสะโลนิกา 1:12, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

คำอธิษฐาน

ข้าแต่พระเจ้า ขอบคุณพระองค์สำหรับอนาคตอันมั่นคงปลอดภัยของข้าพระองค์ ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้ใช้ชีวิตเพื่อเติบโตขึ้นในความเชื่อ และความรัก บรรลุวัตถุประสงค์ที่พระองค์ทรงมีต่อข้าพระองค์ และให้เกียรติพระนามของพระองค์

พันธสัญญาเดิม

เยเรมีย์ 27:1-29:23

หมายสำคัญเกี่ยวกับแอก

 1ในต้นรัชกาลเศเดคียาห์ โอรสของโยสิยาห์กษัตริย์ยูดาห์ พระวจนะนี้มาจากพระยาห์เวห์ถึงเยเรมีย์ 2พระยาห์เวห์ตรัสกับข้าพเจ้าดังนี้ว่า “จงทำสายรัดและแอกสำหรับตัวเจ้า จงสวมคอของเจ้า 3และส่งข่าวไปยังกษัตริย์แห่งเอโดม กษัตริย์แห่งโมอับ และกษัตริย์แห่งคนอัมโมน กษัตริย์แห่งไทระ และกษัตริย์แห่งไซดอน ด้วยมือของทูตที่มาเข้าเฝ้าเศเดคียาห์กษัตริย์แห่งยูดาห์ที่กรุงเยรูซาเล็ม 4จงฝากคำกำชับเหล่านี้แก่บรรดานายของพวกเขาว่า ‘พระยาห์เวห์จอมทัพ พระเจ้าแห่งอิสราเอล ตรัสดังนี้ว่า เจ้าจงกล่าวเรื่องต่อไปนี้ให้นายของเจ้าฟังว่า 5นี่คือเราเอง ผู้ได้สร้างโลก ทั้งมนุษย์และสัตว์ซึ่งอยู่ในโลกด้วยฤทธานุภาพใหญ่ยิ่งและด้วยแขนที่เหยียดออกของเรา และเราจะให้แก่ใครก็ได้แล้วแต่เราเห็นชอบ 6บัดนี้ เราได้ให้แผ่นดินเหล่านี้ทั้งสิ้นไว้ในมือของเนบูคัดเนสซาร์ กษัตริย์บาบิโลนผู้รับใช้ของเรา และเราได้ให้สัตว์ป่าทุ่งแก่เขาด้วย ที่จะปรนนิบัติเขา 7ประชาชาติทั้งสิ้นจะต้องปรนนิบัติตัวเขา ลูกและหลานของเขา จนกว่าเวลากำหนดแห่งแผ่นดินของเขาเองจะมาถึง แล้วหลายประชาชาติ และบรรดามหากษัตริย์จะทำให้เขาตกเป็นทาสของพวกเขา
 8“แต่ถ้าประชาชาติใด หรือราชอาณาจักรใด จะไม่ปรนนิบัติเนบูคัดเนสซาร์กษัตริย์แห่งบาบิโลนผู้นี้ และไม่ยอมวางคอไว้ใต้แอกของกษัตริย์บาบิโลน เราจะลงโทษประชาชาตินั้นด้วยดาบ ด้วยการกันดารอาหาร และด้วยโรคระบาด พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ จนกว่าเราจะล้างผลาญเสียด้วยมือของเขา 9เพราะฉะนั้น อย่าฟังบรรดาผู้เผยพระวจนะ หรือผู้ทำนาย หรือคนช่างฝันของเจ้า หรือหมอดู หรือนักวิทยาคมของเจ้า ผู้ซึ่งกล่าวแก่เจ้าว่า ‘ท่านจะไม่ปรนนิบัติกษัตริย์แห่งบาบิโลน’ 10เพราะพวกเขาเผยพระวจนะแก่เจ้าเป็นความเท็จ เพื่อให้เจ้าต้องโยกย้ายไกลไปจากแผ่นดินของเจ้า และเราจะขับไล่เจ้าออกไป และเจ้าจะพินาศ 11แต่ประชาชาติใดซึ่งเอาคอของตนวางไว้ใต้แอกของกษัตริย์แห่งบาบิโลนและปรนนิบัติเขา เราจะละเขาไว้บนแผ่นดินของเขา เพื่อให้ทำไร่ไถนาและให้อาศัยอยู่ที่นั่น’ พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ”
 12ข้าพเจ้าได้ทูลเศเดคียาห์กษัตริย์ยูดาห์ในทำนองเดียวกันว่า “จงโน้มพระศอของพระองค์ลงใต้แอกของกษัตริย์บาบิโลน และปรนนิบัติพระองค์และประชาชนของพระองค์ และจงมีชีวิตอยู่ 13ทำไมพระองค์กับชนชาติของพระองค์จะมาตายเสียด้วยดาบ ด้วยการกันดารอาหารและด้วยโรคระบาด ดังที่พระยาห์เวห์ทรงลั่นวาจาเกี่ยวกับประชาชาติใดๆ ที่จะไม่ปรนนิบัติกษัตริย์บาบิโลน 14อย่าฟังถ้อยคำของผู้เผยพระวจนะผู้กล่าวแก่พระองค์ว่า ‘พระองค์จะไม่ปรนนิบัติกษัตริย์บาบิโลน’ เพราะซึ่งเขาทั้งหลายเผยพระวจนะแก่พระองค์นั้นเป็นการมุสา 15พระยาห์เวห์ตรัสว่า เราไม่ได้ใช้เขา แต่เขาเผยพระวจนะเท็จในนามของเรา ซึ่งทำให้เราต้องขับไล่เจ้าออกไปและเจ้าจะต้องพินาศ ทั้งตัวเจ้าและผู้เผยพระวจนะทั้งหลายซึ่งเผยพระวจนะให้แก่เจ้า”
 16และข้าพเจ้าก็ได้พูดกับปุโรหิตและประชาชนนี้ทั้งสิ้นว่า “พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า อย่าเชื่อฟังถ้อยคำของผู้เผยพระวจนะของเจ้า ซึ่งเผยพระวจนะให้แก่เจ้าว่า ‘ดูสิ ไม่ช้าเขาจะนำเครื่องใช้ของพระนิเวศแห่งพระยาห์เวห์กลับมาจากกรุงบาบิโลน’ เพราะซึ่งเขาเผยพระวจนะแก่เจ้านั้นเป็นความเท็จ 17อย่าฟังเขาเลย จงปรนนิบัติกษัตริย์แห่งบาบิโลนและมีชีวิตอยู่ ทำไมจะให้เมืองนี้ถูกทิ้งร้าง? 18ถ้าเขาเหล่านั้นเป็นผู้เผยพระวจนะ และถ้าพระวจนะของพระยาห์เวห์อยู่กับเขา ก็ขอให้เขาทูลวิงวอนต่อพระยาห์เวห์จอมทัพไม่ให้เครื่องใช้ซึ่งเหลืออยู่ในพระนิเวศของพระยาห์เวห์ และในพระราชวังของกษัตริย์แห่งยูดาห์ และในกรุงเยรูซาเล็ม ถูกนำไปยังบาบิโลน 19เพราะพระยาห์เวห์จอมทัพตรัสดังนี้เกี่ยวกับบรรดาเสา อ่างสาคร และขาตั้ง และเครื่องใช้อื่นๆ ที่เหลืออยู่ในเมืองนี้ 20ที่เนบูคัดเนสซาร์กษัตริย์แห่งบาบิโลนไม่ได้ทรงริบไป เมื่อพระองค์ทรงจับเยโคนิยาห์ราชบุตรของเยโฮยาคิมกษัตริย์ของยูดาห์จากกรุงเยรูซาเล็มไปเป็นเชลยยังกรุงบาบิโลน พร้อมกับบรรดาข้าราชการผู้ใหญ่ของเยรูซาเล็ม 21พระยาห์เวห์จอมทัพพระเจ้าแห่งอิสราเอลตรัสดังนี้เกี่ยวด้วยเรื่องเครื่องใช้ซึ่งยังเหลืออยู่ในพระนิเวศของพระยาห์เวห์ ในพระราชวังของกษัตริย์แห่งยูดาห์และในกรุงเยรูซาเล็ม 22พระยาห์เวห์ตรัสว่า เครื่องใช้เหล่านี้จะถูกขนไปยังบาบิโลนและจะอยู่ที่นั่นจนถึงวันที่เราเอาใจใส่มัน แล้วเราจึงจะนำมันกลับมา และให้กลับสู่สถานที่นี้”

เยเรมีย์ 28

ฮานันยาห์ต่อต้านเยเรมีย์และเสียชีวิต

 1ในปีเดียวกันนั้นเมื่อต้นรัชกาลเศเดคียาห์ กษัตริย์แห่งยูดาห์ ในเดือนที่ 5 ปีที่ 4 ฮานันยาห์บุตรของอัสซูร์ ผู้เผยพระวจนะจากกิเบโอน ได้พูดกับข้าพเจ้าในพระนิเวศของพระยาห์เวห์ ต่อหน้าบรรดาปุโรหิตและประชาชนทั้งหลายว่า 2“พระยาห์เวห์จอมทัพ พระเจ้าแห่งอิสราเอลตรัสดังนี้ว่า ‘เราได้หักแอกของกษัตริย์แห่งบาบิโลนแล้ว 3ภายใน 2 ปี เราจะนำเครื่องใช้ทั้งสิ้นของพระนิเวศแห่งพระยาห์เวห์กลับมาที่นี่ ซึ่งเป็นภาชนะที่เนบูคัดเนสซาร์กษัตริย์บาบิโลนริบไปจากที่นี่และขนไปยังบาบิโลน 4เราจะนำเยโคนิยาห์โอรสของเยโฮยาคิมกษัตริย์ยูดาห์ และบรรดาผู้ถูกกวาดจากยูดาห์ไปยังบาบิโลนกลับมาที่นี่อีก’ พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า ‘เพราะเราจะหักแอกของกษัตริย์แห่งบาบิโลน’ ”
 5แล้วเยเรมีย์ผู้เผยพระวจนะก็พูดกับฮานันยาห์ต่อหน้าบรรดาปุโรหิต และประชาชนทั้งปวงผู้ซึ่งอยู่ในพระนิเวศของพระยาห์เวห์ 6และเยเรมีย์ผู้เผยพระวจนะกล่าวว่า “อาเมน ขอพระยาห์เวห์ทรงทำเช่นนั้นเถิด ขอพระยาห์เวห์ทรงทำให้ถ้อยคำซึ่งท่านเผยพระวจนะนั้นเป็นจริง และทรงนำเครื่องใช้แห่งพระนิเวศของพระยาห์เวห์และบรรดาผู้ถูกกวาดไปทั้งสิ้นจากบาบิโลนกลับมาที่นี่ 7อย่างไรก็ตามขอฟังถ้อยคำนี้ซึ่งข้าพเจ้าจะพูดให้ท่านและให้ประชาชนทั้งสิ้นได้ยิน 8บรรดาผู้เผยพระวจนะซึ่งอยู่ก่อนท่านและข้าพเจ้า ตั้งแต่โบราณกาลได้เผยพระวจนะถึงสงคราม เหตุร้าย และโรคระบาดและในหลายประเทศและหลายราชอาณาจักรใหญ่ๆ 9ส่วนผู้เผยพระวจนะผู้เผยว่าจะมีสันติภาพ เมื่อเป็นจริงตามถ้อยคำของผู้เผยพระวจนะนั้น จึงรู้กันว่าพระยาห์เวห์ทรงใช้ผู้เผยพระวจนะนั้นจริง”
 10แล้วฮานันยาห์ผู้เผยพระวจนะก็ปลดแอกออกจากคอของเยเรมีย์ผู้เผยพระวจนะ และหักมันเสีย 11และฮานันยาห์ได้กล่าวต่อหน้าประชาชนทั้งสิ้นว่า “พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า ‘อย่างนั้นแหละ เราจะหักแอกของเนบูคัดเนสซาร์กษัตริย์บาบิโลนจากคอของบรรดาประชาชาติทั้งสิ้นภายใน 2 ปี’ ” แต่เยเรมีย์ผู้เผยพระวจนะก็ออกไปเสีย
 12หลังจากฮานันยาห์ผู้เผยพระวจนะหักแอกจากคอของเยเรมีย์ผู้เผยพระวจนะ พระวจนะของพระยาห์เวห์มายังเยเรมีย์ว่า 13“จงไปบอกฮานันยาห์ว่า พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า เจ้าได้หักแอกไม้ แต่เจ้าจะมีแอกเหล็กมาแทน 14เพราะพระยาห์เวห์จอมทัพ พระเจ้าแห่งอิสราเอลตรัสดังนี้ว่า เราได้วางแอกเหล็กไว้บนคอประชาชาติเหล่านี้ทั้งสิ้น ให้เป็นทาสของเนบูคัดเนสซาร์กษัตริย์บาบิโลน และเขาทั้งหลายจะปรนนิบัติเขา เราได้ยกสัตว์ป่าทุ่งให้เขาด้วย” 15และผู้เผยพระวจนะเยเรมีย์ได้พูดกับฮานันยาห์ผู้เผยพระวจนะว่า “ฮานันยาห์ขอท่านฟัง พระยาห์เวห์ไม่ได้ทรงใช้ท่านและท่านได้ทำให้ชนชาตินี้วางใจในความเท็จ 16เพราะฉะนั้น พระยาห์เวห์ตรัสว่า ‘นี่แน่ะ เราจะกำจัดเจ้าไปจากพื้นโลก ในปีนี้เองเจ้าจะต้องตาย เพราะเจ้าได้กล่าวถ้อยคำเป็นการกบฏต่อพระยาห์เวห์’ ” 17ในปีเดียวกันนั้น ในเดือนที่ 7 ฮานันยาห์ผู้เผยพระวจนะก็ตาย

เยเรมีย์ 29

จดหมายของเยเรมีย์ถึงพวกที่ถูกกวาดต้อนไปในบาบิโลน

 1ต่อไปนี้เป็นถ้อยคำในจดหมาย ซึ่งเยเรมีย์ผู้เผยพระวจนะฝากไปจากกรุงเยรูซาเล็มถึงพวกผู้ใหญ่ที่เหลืออยู่ในพวกเชลยและถึงบรรดาปุโรหิต บรรดาผู้เผยพระวจนะ และประชาชนทั้งสิ้น ผู้ซึ่งเนบูคัดเนสซาร์ได้ให้กวาดไปจากกรุงเยรูซาเล็มถึงบาบิโลน 2นี่เป็นเรื่องหลังจากกษัตริย์เยโคนิยาห์ และพระชนนี พวกข้าราชสำนัก บรรดาเจ้านายของยูดาห์และเยรูซาเล็ม และบรรดาช่างและช่างเหล็กได้ออกไปจากกรุงเยรูซาเล็มแล้ว 3จดหมายนั้นได้ส่งไปด้วยมือของเอลาสาห์บุตรของชาฟาน และเกมาริยาห์บุตรฮิลคียาห์ ผู้ซึ่งเศเดคียาห์กษัตริย์แห่งยูดาห์ทรงส่งไปที่บาบิโลนยังเนบูคัดเนสซาร์กษัตริย์แห่งบาบิโลน ความว่า 4“พระยาห์เวห์จอมทัพพระเจ้าแห่งอิสราเอลตรัสดังนี้แก่บรรดาผู้เป็นเชลย ผู้ซึ่งเราได้เนรเทศเขาไปจากกรุงเยรูซาเล็มถึงบาบิโลนนั้นว่า 5‘จงสร้างบ้านและเข้าอยู่ในบ้านนั้น จงปลูกสวนและรับประทานพืชผลที่ได้นั้น 6จงมีภรรยาและมีบุตรชายบุตรหญิง จงหาภรรยาให้บุตรชายของพวกเจ้า และยกบุตรหญิงของเจ้าให้แต่งงานเสีย เพื่อพวกเขาจะได้มีบุตรชายและบุตรหญิงทวีมากขึ้นที่นั่นและไม่ลดลง 7แต่จงแสวงหาสวัสดิภาพของเมือง ซึ่งเราได้กวาดเจ้าให้ไปเป็นเชลยอยู่นั้น และจงอธิษฐานต่อพระยาห์เวห์เพื่อเมืองนั้น เพราะว่าเจ้าจะพบสวัสดิภาพของเจ้าในสวัสดิภาพของเมืองนั้น’ 8เพราะพระยาห์เวห์จอมทัพ พระเจ้าแห่งอิสราเอลตรัสดังนี้ว่า ‘อย่ายอมให้ผู้เผยพระวจนะของพวกเจ้าหรือผู้ทำนายของเจ้าผู้อยู่ท่ามกลางเจ้าหลอกลวงเจ้า และอย่าเชื่อความฝันซึ่งเขาทั้งหลายได้ฝันเห็น 9เพราะที่เขาเผยพระวจนะแก่เจ้าในนามของเรานั้นเป็นความเท็จ เราไม่ได้ใช้เขาไป’ พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ
 10“เพราะพระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า ‘เมื่อครบ 70 ปี แห่งบาบิโลนแล้ว เราจะเยี่ยมเยียนพวกเจ้าและจะให้คำสัญญาของเราสำเร็จเพื่อเจ้าและจะนำเจ้ากลับมาสู่สถานที่นี้’ 11พระยาห์เวห์ตรัสว่า ‘เพราะเรารู้แผนงานที่เรามีไว้สำหรับพวกเจ้า เป็นแผนงานเพื่อสวัสดิภาพ ไม่ใช่เพื่อทำร้ายเจ้า เพื่อจะให้อนาคตและความหวังแก่เจ้า 12แล้วเจ้าจะร้องทูลเรา และมาอธิษฐานต่อเรา และเราจะฟังเจ้า 13เจ้าจะแสวงหาเราและพบเราเมื่อเจ้าแสวงหาเราด้วยสิ้นสุดใจของเจ้า’ 14พระยาห์เวห์ตรัสว่า ‘เราจะให้เจ้าพบเรา และเราจะให้เจ้ากลับสู่สภาพดีและรวบรวมเจ้ามาจากบรรดาประชาชาติและจากทุกที่ที่เราขับไล่เจ้าให้ไปอยู่นั้น พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ และเราจะนำเจ้ากลับมายังที่ซึ่งเราเนรเทศเจ้าให้จากไปนั้น’
 15“เพราะเจ้าทั้งหลายได้กล่าวว่า ‘พระยาห์เวห์ได้ทรงให้มีผู้เผยพระวจนะสำหรับพวกเราขึ้นในบาบิโลน’ 16(พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้เกี่ยวกับกษัตริย์ผู้ประทับบนพระที่นั่งของดาวิด และเกี่ยวกับประชาชนทั้งสิ้นผู้อาศัยอยู่ในเมืองนี้ คือญาติพี่น้องของท่านผู้ไม่ได้ถูกเนรเทศไปกับท่านว่า 17‘พระยาห์เวห์จอมทัพตรัสดังนี้ว่า “นี่แน่ะ เราจะส่งดาบ การกันดารอาหาร และโรคระบาดมาเหนือเขาทั้งหลาย และเราจะทำให้เขาเหมือนกับมะเดื่อที่เสียซึ่งเลวมากจนเขารับประทานไม่ได้ 18เราจะไล่ติดตามเขาด้วยดาบ การกันดารอาหาร และโรคระบาด และจะทำให้เขาเป็นที่หวาดกลัวแก่ราชอาณาจักรทั้งสิ้นแห่งแผ่นดินโลก ให้เป็นคำสาป ให้เป็นความหวาดหวั่น ให้เป็นที่เยาะเย้ย และให้เป็นที่ตำหนิ ท่ามกลางบรรดาประชาชาติซึ่งเราได้ขับไล่เขาให้ไปอยู่นั้น” 19พระยาห์เวห์ตรัสว่า “เพราะว่าเขาทั้งหลายไม่เชื่อฟังถ้อยคำของเราที่ส่งมายังเขาครั้งแล้วครั้งเล่า โดยผู้เผยพระวจนะผู้รับใช้ของเรา แต่พวกเจ้าไม่ยอมฟัง” พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ’) 20เจ้าทั้งปวงผู้ถูกเนรเทศ ผู้ซึ่งเราส่งไปจากกรุงเยรูซาเล็มถึงบาบิโลน จงฟังพระวจนะของพระยาห์เวห์ที่ว่า 21‘พระยาห์เวห์จอมทัพ พระเจ้าของอิสราเอลตรัสดังนี้เกี่ยวกับอาหับบุตรของโคลายาห์ และเศเดคียาห์บุตรมาอาเสยาห์ ผู้ซึ่งได้เผยพระวจนะเท็จแก่เจ้าในนามของเรา นี่แน่ะ เราจะมอบเขาทั้งสองไว้ในมือของเนบูคัดเนสซาร์กษัตริย์แห่งบาบิโลน และท่านจะฆ่าเขาทั้งสองเสียต่อหน้าต่อตาเจ้า 22เนื่องจากเขาทั้งสอง บรรดาผู้ที่ถูกเนรเทศจากยูดาห์ไปถึงบาบิโลนจะใช้คำสาปต่อไปนี้ว่า “ขอพระยาห์เวห์ทรงทำให้เจ้าเหมือนเศเดคียาห์และอาหับ ผู้ที่กษัตริย์บาบิโลนเผาเสียด้วยไฟ” 23เพราะเขาทั้งสองได้ทำความโง่เขลาในอิสราเอล ได้ล่วงประเวณีกับภรรยาของเพื่อนบ้านและได้พูดถ้อยคำเท็จในนามของเราซึ่งเราไม่ได้บัญชาเขา เราเป็นผู้ที่รู้ และเป็นพยาน’ ” พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ

อรรถาธิบาย

อนาคตของคุณเต็มไปด้วยความหวัง

พระธรรมตอนนี้บันทึกพระสัญญาที่ยอดเยี่ยมที่สุดของพระเจ้าและมักจะถูกยกมาใช้เกี่ยวกับแผนการในอนาคตของพระองค์สำหรับชีวิตเรา เยเรมีย์เป็นผู้เผยพระวจนะแท้ เขาได้ยินพระวจนะของพระเจ้า

แต่มีผู้เผยพระวจนะเท็จอยู่รอบ ๆ เช่น ฮานันยาห์ เยเรมีย์กล่าวว่า ‘ส่วนผู้เผยพระวจนะผู้เผยว่าจะมีสันติภาพ เมื่อเป็นจริงตามถ้อยคำของผู้เผยพระวจนะนั้น จึงรู้กันว่าพระยาห์เวห์ทรงใช้ผู้เผยพระวจนะนั้นจริง’ (28:9) คำทำนายของฮานันยาห์ไม่เป็นจริง เพราะพระเจ้าไม่ได้ส่งเขามา (ข้อ 15)

คำพยากรณ์ของเยเรมีย์เป็นจริง ประชากรของพระเจ้ากระจัดกระจายไปตามที่เขาเตือน

เยเรมีย์กล่าวข้อความขององค์พระผู้เป็นเจ้ากับผู้คนของพระองค์ที่ถูกเนรเทศ พระองค์ตรัสกับพวกเขาว่า ‘แต่จงแสวงหาสวัสดิภาพของเมือง ซึ่งเราได้กวาดเจ้าให้ไปเป็นเชลยอยู่นั้น และจงอธิษฐานต่อพระยาห์เวห์เพื่อเมืองนั้น เพราะว่าเจ้าจะพบสวัสดิภาพของเจ้าในสวัสดิภาพของเมืองนั้น’ (29:7)

มีหลักการสำคัญคือ โดยทั่วไปแล้วคุณควรแสวงหาความสงบสุขและความเจริญรุ่งเรืองของสถานที่ซึ่งพระเจ้าได้ทรงจัดเตรียมคุณไว้และอธิษฐานเผื่อสถานที่นั้น ซึ่งรวมถึงสถานที่ที่คุณอาจทำงาน คริสตจักรท้องถิ่น เมืองของคุณ และประเทศชาติของคุณ

มีสำนวนว่า ‘เบ่งบานในที่ที่คุณปลูก’ ข้อความนี้สนับสนุนให้คุณหยั่งรากแม้ในที่ที่คุณรู้สึกอึดอัดหรือโดดเดี่ยว (เหมือนถูกเนรเทศ) บางครั้งคุณอาจพบว่าไม่ใช่ที่ที่คุณต้องการอยู่ แต่ถ้าพระเจ้าได้นำคุณไปที่นั่น สถานที่นั้นจะเป็นดินที่อุดมสมบูรณ์ที่จะทำให้งานของพระเจ้าในตัวคุณนั้นเติบโตรุ่งเรือง

พระเจ้าสัญญากับประชากรของพระองค์ว่า การเนรเทศจะสิ้นสุดลง ‘เมื่อครบ 70 ปีแห่งบาบิโลนแล้ว เราจะเยี่ยมเยียนพวกเจ้าและจะให้คำสัญญาของเราสำเร็จเพื่อเจ้าและจะนำเจ้ากลับมาสู่สถานที่นี้’ (ข้อ 10)

นี่คือบริบทของคำสัญญาที่ยอดเยี่ยม ‘เพราะเรารู้แผนงานที่เรามีไว้สำหรับพวกเจ้า เป็นแผนงานเพื่อสวัสดิภาพ ไม่ใช่เพื่อทำร้ายเจ้า เพื่อจะให้อนาคตและความหวังแก่เจ้า แล้วเจ้าจะร้องทูลเรา และมาอธิษฐานต่อเรา และเราจะฟังเจ้า เจ้าจะแสวงหาเราและพบเราเมื่อเจ้าแสวงหาเราด้วยสิ้นสุดใจของเจ้า’ พระยาห์เวห์ตรัสว่า ‘เราจะให้เจ้าพบเรา’ (ข้อ 11–14ก)

พระเจ้ามีแผนการที่ดีสำหรับคุณ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แผนสำหรับความล้มเหลวหรือความพ่ายแพ้ของคุณ แต่เป็นแผนที่จะ ‘ทำให้คุณรุ่งเรือง’ ไม่ใช่แผนระดับธรรมดาหรือปานกลาง แต่เป็นแผนที่ ‘ดี เป็นที่ชอบพระทัย และดียอดเยี่ยม’ (โรม 12:2)

แต่พระเจ้าจะไม่บังคับแผนการของพระองค์กับคุณ พระองค์ต้องการความร่วมมือจากคุณ หากคุณต้องการให้แผนการของพระองค์เป็นจริงในชีวิตของคุณ คุณต้องแสวงหาพระองค์ พระองค์สัญญาว่า ถ้าคุณทำเช่นนั้น คุณจะพบพระองค์ (เยเรมีย์ 29:13–14ข) เมื่อคุณใช้เวลากับพระองค์ คุณจะเป็นเหมือนพระองค์และพระองค์จะนำคุณไปสู่แผนการดีที่พระองค์มีต่อชีวิตของคุณ

คำอธิษฐาน

ข้าแต่พระเจ้า ในวันนี้ข้าพระองค์ต้องการแสวงหาพระองค์ด้วยสุดใจ ขอบคุณพระองค์ที่มีแผนที่ดีสำหรับข้าพระองค์ ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้เดินในทางของของพระองค์ และบรรลุวัตถุประสงค์ที่พระองค์ทรงมีต่อข้าพระองค์

เพิ่มเติมโดยพิพพา

เยเรมีย์ 29:13-14ก

‘เจ้าจะแสวงหาเราและพบเราเมื่อเจ้าแสวงหาเราด้วยสิ้นสุดใจของเจ้า’ พระยาห์เวห์ตรัสว่า ‘เราจะให้เจ้าพบเรา’

เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของบทใหม่ของอัลฟ่า ในช่วงสองสามสัปดาห์แรกนี้ ผู้คนพูดถึงความอยากรู้และแสวงหาพระเจ้าของพวกเขา เป็นเรื่องดีที่รู้ว่าหากพวกเขาแสวงหาพระเจ้าด้วยสุดใจ พระองค์สัญญาว่า ‘เราจะให้เจ้าพบเรา’ ฉันแทบจะรอไม่ไหวแล้วสำหรับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

reader

App

Download The Bible with Nicky and Pippa Gumbel app for iOS or Android devices and read along each day.

reader

อีเมล

Sign up now to receive The Bible with Nicky and Pippa Gumbel in your inbox each morning. You’ll get one email each day.

reader

เว็บไซต์

Subscribe and listen to The Bible with Nicky and Pippa Gumbel delivered to your favourite podcast app everyday.

การอ้างอิง

ข้อพระคัมภีร์อ้างอิงมาจากพระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 2011 สงวนสิทธิ์โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย (ยกเว้นข้อที่ระบุว่าเป็นฉบับอื่น)

เว็บไซต์นี้จัดเก็บข้อมูล เช่น คุกกี้ เพื่อเปิดใช้งานฟังก์ชั่นและการวิเคราะห์ที่จำเป็นเท่านั้น ดูเพิ่มเติม