วัน 315

ความงดงาม

ปัญญานิพนธ์ สดุดี 122:1-9
พันธสัญญาใหม่ ฮีบรู 10:1-18
พันธสัญญาเดิม เอเสเคียล 19:1-20:44

เกริ่นนำ

ดังที่ เบลส ปาสคาล กล่าว ‘ความงามแห่งการสงบนิ่งของชีวิตที่บริสุทธิ์เป็นอิทธิพลที่ทรงพลังที่สุดในโลก รองลงมาจากฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า’ ความบริสุทธิ์นั้นสวยงาม และไม่เกี่ยวอะไรกับความงามภายนอกเลย เป็นความงามที่เปล่งประกายจากภายใน นี่คือวิธีที่โลกจะเปลี่ยนไป มันเริ่มต้นกับคุณและผม เซนต์ฟรานซิสแห่งอัสซีซีกล่าวว่า ‘ชำระตัวเองให้บริสุทธิ์แล้วคุณจะชำระสังคมให้บริสุทธิ์’

ความบริสุทธิ์ไม่ใช่ทางเลือกเพิ่มเติม ไม่ได้มีไว้สำหรับธรรมิกชน และคริสเตียนพิเศษเท่านั้น ควรเป็นสิ่งที่เราทุกคนปรารถนาในชีวิตนี้ ความบริสุทธิ์กับความเคร่งเครียดไม่ใช่เรื่องเดียวกัน ความเคร่งเครียดไม่ใช่ผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์! ความสามารถในการมองชีวิตของเราด้วยอารมณ์ขันเป็นกุญแจสู่ความบริสุทธิ์ จริงจังกับพระเยซู แต่อย่าเคร่งเครียดกับตนเองมากเกินไป อารมณ์ขันคือความเชื่อมโยงระหว่างความบริสุทธิ์ และความถ่อมใจ

ความบริสุทธิ์ไม่น่าเบื่อ ดังที่ซี.เอส. ลูอิสเขียนไว้ว่า ‘มีคนจำนวนไม่มากรู้ว่าใครจะคิดว่าความบริสุทธิ์น่าเบื่อ เมื่อใครได้พบความบริสุทธิ์จริง ๆ...มันก็ต้านทานไม่ได้

ปัญญานิพนธ์

สดุดี 122:1-9

บทเพลงสรรเสริญและคำอธิษฐานเพื่อเยรูซาเล็ม

บทเพลงใช้แห่ขึ้น ของดาวิด

1ข้าพเจ้ายินดี เมื่อพวกเขากล่าวแก่ข้าพเจ้าว่า
 “ให้เราไปยังพระนิเวศของพระยาห์เวห์เถิด”
2เยรูซาเล็มเอ๋ย เท้าของเรากำลังยืนอยู่
 ภายในประตูของเธอ
3เยรูซาเล็มถูกสร้างไว้อย่างนคร
 ซึ่งผูกพันเข้าด้วยกันอย่างแน่นแฟ้น
4เป็นที่ซึ่งเผ่าต่างๆ ขึ้นไป
 คือบรรดาเผ่าของพระยาห์เวห์
ดังที่ได้กำหนดไว้แก่อิสราเอล
 ให้ยกย่องพระนามพระยาห์เวห์
5พระที่นั่งสำหรับการพิพากษาตั้งอยู่ที่นั่น
 คือพระที่นั่งของราชวงศ์ดาวิด
6จงอธิษฐานขอสันติภาพให้เยรูซาเล็มว่า
 “ขอบรรดาผู้ที่รักเธอจงจำเริญ
7ขอสันติภาพจงมีอยู่ภายในกำแพงของเธอ
 และขอให้ความปลอดภัยอยู่ภายในป้อมของเธอ”
8เพื่อเห็นแก่พี่น้องและมิตรสหาย
 ข้าพเจ้าจะพูดว่า “สันติภาพจงมีอยู่ภายในเธอ”
9เพื่อเห็นแก่พระนิเวศของพระยาห์เวห์พระเจ้าของเรา
 ข้าพเจ้าจะหาความดีให้เธอ

อรรถาธิบาย

จะพบความบริสุทธิ์จากที่ใด?

สำหรับผู้เขียนพระธรรมสดุดี แหล่งที่มาของความสุขของเขาคือโอกาสที่จะนมัสการพระเจ้าในพระวิหาร นี่คือสถานที่ที่ผู้คนไป ‘ยกย่องพระนามของพระยาห์เวห์’ (ข้อ 4ข) นี่คือสาเหตุที่กรุงเยรูซาเล็มมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประชากรของพระเจ้า และเหตุใดผู้ประพันธ์สดุดีจึงหลงใหลในความสงบสุข และความมั่นคงของเมืองนั้น (ข้อ 6–9)

เยรูซาเล็มเป็นนครบริสุทธิ์ ได้มีการบรรยายไว้ในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิมที่เราจะมาศึกษาสำหรับวันนี้ ในฐานะ ‘ภูเขาบริสุทธิ์’ (เอเสเคียล 20:40) พระวิหารคือพระนิเวศน์ของพระเจ้า นี่คือ ที่ซึ่งต้องทำให้บริสุทธิ์

ตอนนี้คริสตจักรเป็นพระนิเวศน์ของพระเจ้าเป็นวิสุทธิสถานแห่งใหม่ ‘โดยมีพระเยซูคริสต์ทรงเป็นศิลามุมเอกที่ยึดทุกส่วนไว้ด้วยกัน เราเห็นมันเป็นรูปเป็นร่างวันแล้ววันเล่า... พระวิหารอันบริสุทธิ์ที่พระเจ้าสร้าง เราทุกคนถูกสร้างขึ้นในนั้น เป็นบ้านที่พระเจ้าทรงประทับอยู่’ (เอเฟซัส 2:20–22, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

ผู้คนคือสถานที่แห่งใหม่ โดยทางพระเยซูคริสต์ คุณคือบ้านใหม่ของพระเจ้ากล่าวคือ คุณคือวิหารของพระวิญญาณบริสุทธิ์นั่นเอง

คำอธิษฐาน

ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ต้องการการทรงสถิตของพระองค์ ข้าพระองค์ต้องการสรรเสริญพระนามของพระองค์ ขอบพระคุณสำหรับสันติสุข และความั่นคงที่ออกมาจากการทรงสถิตในพระนิเวศน์ของพระเจ้า

พันธสัญญาใหม่

ฮีบรู 10:1-18

 1เพราะเหตุที่ธรรมบัญญัติเป็นเพียงเงาของสิ่งประเสริฐทั้งหลายที่จะมาในภายหลัง ไม่ใช่ตัวจริง จึงไม่สามารถทำให้ผู้ที่เข้าเฝ้าพระเจ้าพร้อมกับเครื่องบูชาที่พวกเขาถวายเหมือนเดิมทุกปีเสมอมานั้น ถึงความสมบูรณ์ได้ 2เพราะถ้าทำได้ พวกเขาคงหยุดการถวายเครื่องบูชาแล้วไม่ใช่หรือ? เพราะถ้าผู้นมัสการได้รับการชำระให้บริสุทธิ์สักครั้งหนึ่งแล้ว คงจะไม่รู้สึกว่ามีบาปอีกต่อไป 3แต่การถวายเครื่องบูชานั้นเป็นการเตือนให้คิดถึงบาปทุกปี 4เพราะเลือดวัวผู้และเลือดแพะไม่มีทางชำระบาปให้หมดสิ้นไปได้เลย
 5เพราะฉะนั้น เมื่อพระคริสต์เสด็จเข้ามาในโลกแล้ว พระองค์ตรัสว่า

“พระองค์เจ้าข้า เครื่องสัตวบูชาและเครื่องบูชาอื่นๆ พระองค์ไม่ทรงประสงค์
 แต่พระองค์ทรงจัดเตรียมกายสำหรับข้าพระองค์
6 เครื่องเผาบูชาและเครื่องบูชาลบบาปนั้น
 พระองค์ไม่พอพระทัย
7 แล้วข้าพระองค์ทูลว่า
\‘ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์มาแล้ว
เพื่อจะทำตามพระทัยของพระองค์’
\ตามที่มีเรื่องข้าพระองค์เขียนไว้ในหนังสือม้วน”

 8เมื่อพระองค์ตรัสในตอนแรกว่า “เครื่องสัตวบูชาและเครื่องบูชาอื่นๆ และเครื่องเผาบูชาและเครื่องบูชาลบบาป (ที่ได้ถวายตามธรรมบัญญัตินั้น) พระองค์ไม่ทรงประสงค์และไม่พอพระทัย” 9แล้วพระองค์ท่านก็ตรัสด้วยว่า “ข้าพระองค์มาแล้วเพื่อจะทำตามพระทัยของพระองค์” พระองค์ท่านทรงยกเลิกระบบเดิมนั้นเสียเพื่อจะทรงตั้งระบบใหม่ 10และโดยพระประสงค์นั้นเอง เราจึงได้รับการชำระให้บริสุทธิ์ โดยการถวายพระกายของพระเยซูคริสต์ครั้งเดียวเป็นพอ
 11ส่วนปุโรหิตทุกคนก็ยืนปฏิบัติกิจอยู่ทุกวัน โดยการนำเครื่องบูชาอย่างเดียวกันมาถวายเสมอๆ เครื่องบูชาเหล่านั้นไม่มีวันลบล้างบาปได้เลย 12แต่เมื่อพระคริสต์ทรงถวายเครื่องบูชาเพื่อลบบาปเพียงครั้งเดียวสำหรับตลอดไปแล้ว พระองค์ก็ประทับเบื้องขวาของพระเจ้า 13เพื่อทรงคอยอยู่จนกว่าศัตรูของพระองค์ถูกนำมาเป็นที่รองพระบาทของพระองค์ 14โดยการถวายบูชาเพียงครั้งเดียว พระองค์ก็ทรงทำให้คนทั้งหลายที่ได้รับการชำระให้บริสุทธิ์แล้วนั้นถึงความสมบูรณ์ตลอดไป 15และพระวิญญาณบริสุทธิ์ก็ทรงเป็นพยานแก่เราด้วย เพราะหลังจากที่พระองค์ตรัสว่า

16 “องค์พระผู้เป็นเจ้า ตรัสว่า นี่คือพันธสัญญาซึ่งเราจะทำกับเขาทั้งหลาย
 หลังจากสมัยนั้น
เราจะบรรจุธรรมบัญญัติของเราไว้ในใจของพวกเขา
 และเราจะจารึกมันไว้ในจิตใจของพวกเขา”
17 “และเราจะไม่จดจำ
 บาปของพวกเขา และการอธรรมของพวกเขาอีกต่อไป”

 18เมื่อมีการยกโทษบาปแล้ว ก็ไม่มีการถวายเครื่องบูชาเพื่อลบบาปอีกต่อไป

อรรถาธิบาย

คุณจะบริสุทธิ์เมื่อใด?

ตอนนี้ความบริสุทธิ์เป็นไปได้สำหรับคุณ ผ่านการสละชีวิตของพระเยซูและของประทานแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่สถิตอยู่ในตัวคุณ ในแง่หนึ่ง คุณจะสัมผัสได้ถึง ‘ความบริสุทธิ์ทันที’ แต่ในอีกแง่หนึ่ง ความบริสุทธิ์เป็นกระบวนการที่ยาวนานมากซึ่งอาจจะไม่มีวันสมบูรณ์ได้ในชีวิตนี้

หนึ่งในคำถามที่ถามบ่อยในอัลฟ่ากลุ่มย่อยคือ ‘จะเกิดอะไรขึ้นกับทุกคนที่มีชีวิตอยู่ก่อนพระเยซู? มันไม่ยุติธรรมหรือที่พระเยซูเสด็จมาถึงจุดหนึ่งในประวัติศาสตร์และทำให้การให้อภัยเป็นไปได้?’ ข้อสันนิษฐานเบื้องหลังคำถามนี้คือไม้กางเขนมีผลดำเนินไปข้างหน้าและไม่สามารถมีผลสำหรับผู้ที่มีชีวิตอยู่ก่อนพระเยซู

อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนพระธรรมฮีบรูกล่าวว่า ‘แต่เมื่อพระคริสต์ (พระเยซู) ทรงถวายเครื่องบูชาเพื่อลบบาปเพียงครั้งเดียวสำหรับตลอดไปแล้ว พระองค์ก็ประทับเบื้องขวาของพระเจ้า’ (ข้อ 12) การไถ่ของพระเยซูมีผลตลอดไป ไม้กางเขนมีผลสำหรับผู้ที่มีชีวิตอยู่ก่อนพระเยซู และสำหรับผู้ที่มีชีวิตอยู่หลังจากพระองค์

‘แผนเดิมเป็นเพียงคำใบ้ของสิ่งดี ๆ ในแผนใหม่’ (ข้อ 1ก, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล) กล่าวอีกนัยหนึ่ง เป็นเพียงการคาดเดาถึงสิ่งที่เหนือกว่าที่จะมาถึง

ธรรมบัญญัติไม่อาจสมบูรณ์ได้ (ข้อ 1ข) หลักฐานที่พิสูจน์ว่าไม่สามารถทำให้ผู้คนสมบูรณ์แบบได้ก็คือต้องถวายเครื่องบูชาต่อไป (ข้อ 2) ผู้คนยังคงรู้สึกผิดต่อบาปของตน (ข้อ 2ค) ‘เพราะเลือดของวัวผู้และเลือดแพะไม่มีอำนาจที่จะขจัดบาป’ (ข้อ 4, พระคัมภีร์จาก Amplified Bible โดยผู้แปล) มีเพียงพระโลหิตของพระคริสต์เท่านั้นที่สามารถขจัดบาปของคุณได้ พระองค์ผู้เดียวเป็นเครื่องบูชาที่สมบูรณ์แบบ เพราะมีเพียงพระองค์เพียงผู้เดียวที่ดำเนินชีวิตที่สมบูรณ์แบบที่สุด

การสละชีวิตด้วยความเต็มใจของพระองค์ทำให้พระสัญญาเดิมยุติลงและสร้างพระสัญญาใหม่ขึ้น (ข้อ 5–9) ผลของการเสียสละของพระองค์คือคุณ ‘ได้รับการชำระให้บริสุทธิ์ โดยการถวายพระกายของพระเยซูคริสต์ครั้งเดียวเป็นพอ’ (ข้อ 10)

สิ่งนี้ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงกับธรรมบัญญัติที่ว่า ‘พระคริสต์ทรงเสียสละเพียงครั้งเดียวเพื่อบาป และนั่นก็เท่านั้น!…เป็นเครื่องบูชาที่สมบูรณ์ จากผู้สมบูรณ์เพื่อทำให้คนไม่สมบูรณ์นั้นสมบูรณ์แบบขึ้น’ (ข้อ 12–14, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

คำว่า ‘พระองค์ก็ประทับ’ มีความสำคัญมาก ปุโรหิตทุกคนไม่เคยได้นั่งลงในการปฏิบัติกิจ (ข้อ 11) การถวายเครื่องบูชาของพวกเขาไม่เคยสมบูรณ์ ในทางกลับกัน พระเยซู ‘พระองค์ก็ประทับเบื้องขวาของพระเจ้า’ (ข้อ 12) แสดงให้เห็นว่างานของพระองค์เสร็จสมบูรณ์แล้ว ‘โดยการถวายบูชาเพียงครั้งเดียว พระองค์ก็ทรงทำให้คนทั้งหลายที่ได้รับการชำระให้บริสุทธิ์แล้วนั้นถึงความสมบูรณ์ตลอดไป’ (ข้อ 14)

สิ่งดังต่อไปนี้คุณจะได้เห็นเมื่อความบริสุทธิ์เกิดขึ้นในชีวิตของคุณ:

  1. ความบริสุทธิ์เกิดขึ้นทันที
     เท่าที่ผ่านมา การลงโทษบาปได้รับการไถ่แล้วเราจึงได้รับการชำระให้บริสุทธิ์… พระองค์ก็ทรงทำให้ (เรา) สมบูรณ์ตลอดไป’ (ข้อ 10,14) นี่คือเหตุผล การเสียสละของพระเยซูทำให้เกิดการให้อภัยโดยสิ้นเชิงและมีความสัมพันธ์ที่บริบูรณ์กับพระเจ้า คุณได้รับการอภัยโดยสมบูรณ์ ดังนั้นจงให้อภัยผู้อื่น และยากที่สุดก็คือ การให้อภัยตัวเอง ไม่จำเป็นต้องถวายเครื่องบูชาเพื่อลบบาปอีกต่อไป (ข้อ 18)

  2. กระบวนการสู่ความบริสุทธิ์
    ปัจจุบันอำนาจของบาปกำลังถูกทำลายลงไป การชำระให้บริสุทธิ์เป็นกระบวนการของ ‘การทำให้บริสุทธิ์’ (ข้อ 14) อย่างน้อยในกรณีของผม ดูเหมือนว่าจะเป็นกระบวนการที่ช้า และท้าทายมาก พระเยซูกำลังปลดปล่อยผมให้เป็นอิสระจากอำนาจของบาป ความบริสุทธิ์เป็นงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่ ‘พระวิญญาณบริสุทธิ์ก็ทรงเป็นพยานแก่เราด้วย’ (ข้อ 15) โดยทางพระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จสถิตในชีวิตคุณ พระบัญญัติของพระเจ้าบรรจุอยู่ในใจและในจิตใจ (ข้อ 16)

  3. ความบริสุทธิ์ที่สมบูรณ์
    ในอนาคตสักวันหนึ่งแม้การมีอยู่ของบาปก็จะถูกขจัดออกไป จะเห็นว่าความชั่วได้พ่ายแพ้ไปโดยสิ้นเชิง พระเยซู ‘ ทรงคอยอยู่จนกว่าศัตรูของพระองค์ถูกนำมาเป็นที่รองพระบาทของพระองค์’ (ข้อ 13ก) และกระบวนการของการ ‘ทำให้บริสุทธิ์’ ของเราจะเสร็จสมบูรณ์ (ดู 1 ยอห์น 3:2)

คำอธิษฐาน

ข้าแต่พระเจ้า ขอบคุณพระองค์โดยการสละพระชนม์ของพระองค์ได้นำข้าพระองค์ให้มีความสัมพันธ์อันบริสุทธ์กับพระเจ้า ขอบพระคุณที่โดยทางพระวิญญาณข้าพระองค์อยู่ในกระบวนการทำให้บริสุทธิ์ที่วันหนึ่งจะไปถึงความบริสุทธิ์ที่สมบูรณ์

พันธสัญญาเดิม

เอเสเคียล 19:1-20:44

อิสราเอลตกต่ำ

 1“ส่วนเจ้า จงเปล่งเสียงร้องบทเพลงคร่ำครวญเรื่องเจ้านายทั้งหลายของอิสราเอล 2กล่าวว่า

แม่ของเจ้าช่างเหมือนสิงโตตัวเมีย
 ที่อยู่ท่ามกลางพวกสิงโตเสียจริงๆ
นางนอนอยู่ท่ามกลางพวกสิงโตหนุ่ม
 และเลี้ยงดูลูกๆ ของนาง
3นางเลี้ยงลูกสิงโตตัวหนึ่งให้เติบโตขึ้น
 มันกลายเป็นสิงโตหนุ่ม
มันฝึกหัดจับเหยื่อ
 และมันกัดกินคน
4บรรดาประชาชาติได้ยินเรื่องของมัน
 มันถูกจับได้ในหลุมพรางของพวกเขา
พวกเขาเอาขอเกี่ยวมัน
 นำมายังแผ่นดินอียิปต์
5เมื่อนางเห็นว่าคอยนานแล้ว
 และความหวังของนางหมดไป
นางก็เอาลูกมาอีกตัวหนึ่ง
 เลี้ยงมันให้เป็นสิงโตหนุ่ม
6มันไปๆ มาๆ ท่ามกลางพวกสิงโต
 และมันกลายเป็นสิงโตหนุ่ม
และมันฝึกหัดจับเหยื่อ
 มันกัดกินคน
7มันข่มขืนหญิงม่ายทั้งหลายของเขา
 และทำให้เมืองทั้งหลายของพวกเขาร้างเปล่า
แผ่นดินและผู้ที่อยู่ในนั้นก็ครั่นคร้าม
 เมื่อได้ยินเสียงคำรามของมัน
8แล้วบรรดาประชาชาติรอบๆ
 ก็ต่อสู้มันจากแว่นแคว้นทั้งหมด
เขาทั้งหลายกางข่ายออกคลุมมัน
 มันก็ถูกจับอยู่ในหลุมพรางของพวกเขา
9พวกเขาเอาขอเกี่ยวมันไปขังไว้ในกรง
 และนำมันมายังกษัตริย์บาบิโลน
นำมันไว้ในที่กำบังแข็งแกร่ง
 เพื่อไม่ให้ได้ยินเสียงของมันอีก
 บนภูเขาแห่งอิสราเอล
10แม่ของเจ้าเหมือนเถาองุ่นอยู่ในสวนองุ่น
 เอามาปลูกไว้ริมน้ำ
มีผลดกและมีแขนงมากมาย
 เพราะมีน้ำบริบูรณ์
11แขนงที่แข็งแรงมาก
 กลายเป็นคทาของผู้ครอบครอง
มันชูขึ้นสูง
 ท่ามกลางแขนงที่หนาทึบ
ใครๆ ก็เห็นความสูงเด่นของมัน
 ทั้งแขนงมากมายของมัน
12แต่ว่ามันถูกถอนออกด้วยความโกรธ
 ถูกโยนทิ้งลงบนพื้นดิน
ลมตะวันออกทำให้มันเหี่ยวไป  ผลของมันถูกเด็ดออกไปหมด
แขนงที่แข็งแรงมากก็เหี่ยวไป
 ไฟก็ไหม้มันเสีย
13บัดนี้มันถูกถอนไปปลูกในถิ่นทุรกันดาร
 ในแผ่นดินที่แห้งแล้งและกันดารน้ำ
14ไฟออกมาจากแขนงนั้น
 เผาผลาญแขนงอื่นๆ และผลจนหมด
ไม่มีแขนงที่แข็งแรงมากเหลืออยู่บนต้นอีกเลย
 ไม่มีคทาสำหรับผู้ครอบครอง”

นี่เป็นบทเพลงคร่ำครวญที่ใช้สำหรับการคร่ำครวญ

เอเสเคียล 20

อิสราเอลกบฏอย่างต่อเนื่อง

 1อยู่มาในวันที่ 10 เดือนที่ 5 ในปีที่ 7 พวกผู้ใหญ่ของอิสราเอลบางคนมาทูลถามพระยาห์เวห์ และพวกเขานั่งอยู่ข้างหน้าข้าพเจ้า 2และพระวจนะของพระยาห์เวห์มายังข้าพเจ้าว่า 3“บุตรมนุษย์เอ๋ย จงพูดกับพวกผู้ใหญ่ของอิสราเอล และกล่าวกับพวกเขาว่า พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า พวกเจ้าจะมาถามเราหรือ? พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ เรามีชีวิตอยู่แน่นอนอย่างไร เราจะไม่ยอมให้พวกเจ้ามาถามเรา 4เจ้าจะพิพากษาพวกเขาหรือไม่? บุตรมนุษย์เอ๋ย เจ้าจะพิพากษาพวกเขาหรือไม่? จงให้เขาทั้งหลายรู้ถึงความน่าสะอิดสะเอียนของบรรพบุรุษเขา 5และจงกล่าวกับพวกเขาว่า พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า ในวันนั้นที่เราเลือกสรรอิสราเอลไว้ เราปฏิญาณต่อพงศ์พันธุ์ของวงศ์วานยาโคบ โดยสำแดงตัวเราให้พวกเขารู้จักในแผ่นดินอียิปต์ เราปฏิญาณกับเขาว่า ‘เรายาห์เวห์เป็นพระเจ้าของพวกเจ้า’ 6ในวันนั้นที่เราปฏิญาณต่อเขาว่า ‘เราจะนำพวกเขาออกจากแผ่นดินอียิปต์ ไปยังแผ่นดินที่เราหาให้เขาทั้งหลาย เป็นแผ่นดินที่มีน้ำนมและน้ำผึ้งไหลบริบูรณ์ เป็นแผ่นดินงามที่สุดของแผ่นดินทั้งหมด’ 7และเรากล่าวแก่เขาว่า ‘พวกเจ้าแต่ละคนจงทิ้งสิ่งที่น่าขยะแขยงซึ่งนัยน์ตาของเจ้าจ้องมองอยู่เสีย อย่าทำตัวเจ้าให้มลทินไปด้วยรูปเคารพของอียิปต์ เราคือยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเจ้า’ 8แต่เขาทั้งหลายกบฏต่อเราและไม่ยอมเชื่อฟังเรา เขาทั้งหลายไม่ได้ละทิ้งสิ่งที่น่าขยะแขยงซึ่งนัยน์ตาของเขาทุกคนจ้องมองอยู่นั้น และพวกเขาก็ไม่ได้ละทิ้งรูปเคารพของชาวอียิปต์
 “แล้วเรากล่าวว่า เราจะระบายความโกรธของเราออกเหนือพวกเขา และให้ความกริ้วของเราที่มีต่อเขาออกมาจนหมดท่ามกลางแผ่นดินอียิปต์ 9แต่เราทำโดยเห็นแก่นามของเราเอง เพื่อไม่ให้นามนั้นถูกดูหมิ่นในสายตาของประชาชาติซึ่งพวกเขาอาศัยอยู่ด้วย เราจึงสำแดงตัวเราต่อหน้าประชาชาติให้พวกเขารู้จัก ในการที่เรานำคนอิสราเอลออกมาจากแผ่นดินอียิปต์ 10ดังนั้น เราจึงนำพวกเขาออกจากแผ่นดินอียิปต์ และนำเขามายังถิ่นทุรกันดาร 11เราให้กฎเกณฑ์ของเราแก่เขาทั้งหลาย และสำแดงกฎหมายของเราให้เขารู้ ถ้าเขาทำตามสิ่งเหล่านี้ก็จะดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยสิ่งเหล่านี้ 12ยิ่งกว่านั้นอีก เราให้สะบาโตของเราแก่เขาทั้งหลาย เป็นหมายสำคัญระหว่างเราและเขา เพื่อเขาจะรู้ว่าเราคือยาห์เวห์ เป็นผู้ทำให้พวกเขาบริสุทธิ์ 13แต่พงศ์พันธุ์อิสราเอลได้กบฏต่อเราในถิ่นทุรกันดาร เขาไม่ได้ดำเนินตามกฎเกณฑ์ของเรา และปฏิเสธกฎหมายของเรา ซึ่งถ้าใครรักษาก็จะดำรงชีวิตอยู่ได้ แต่พวกเขาลบหลู่สะบาโตของเราอย่างหนัก
 “แล้วเรากล่าวว่า เราจะระบายความโกรธของเราออกเหนือพวกเขาในถิ่นทุรกันดาร และทำให้พวกเขาหมดสิ้นไป 14แต่เราก็ทำโดยเห็นแก่นามของเราเอง เพื่อไม่ให้นามนั้นเสื่อมเกียรติในสายตาของประชาชาติทั้งหลาย คือพวกที่เราได้นำคนอิสราเอลออกมาต่อหน้าเขา 15ยิ่งกว่านั้นอีก เราได้ปฏิญาณต่อเขาทั้งหลายในถิ่นทุรกันดารว่า ‘เราจะไม่นำพวกเขาเข้ามาในแผ่นดินซึ่งเราได้ให้แก่เขา’ เป็นแผ่นดินที่มีน้ำนมและน้ำผึ้งไหลบริบูรณ์ เป็นแผ่นดินงามที่สุดของแผ่นดินทั้งหมด 16เพราะพวกเขาปฏิเสธกฎหมายของเรา และไม่ดำเนินตามกฎเกณฑ์ของเรา และลบหลู่สะบาโตของเรา เพราะว่าจิตใจพวกเขาไปติดตามรูปเคารพของเขา 17ถึงกระนั้น ตาของเราก็ยังปรานีเขาทั้งหลาย และเราไม่ได้ทำลายเขา หรือทำให้เขาสูญสิ้นไปในถิ่นทุรกันดารนั้น
18“และเราพูดกับบุตรหลานของพวกเขาในถิ่นทุรกันดารนั้นว่า ‘อย่าดำเนินตามกฎเกณฑ์บรรพบุรุษของเจ้า หรือรักษากฎหมายของเขา หรือทำให้ตัวเจ้าเป็นมลทินไปด้วยรูปเคารพของเขา 19เราคือยาห์เวห์เป็นพระเจ้าของเจ้าทั้งหลาย จงดำเนินตามกฎเกณฑ์ของเราและจงรักษากฎหมายของเรา และจงประพฤติตาม 20และรักษาบรรดาสะบาโตของเราให้บริสุทธิ์ เพื่อจะเป็นหมายสำคัญระหว่างเรากับเจ้า เพื่อเจ้าจะทราบว่าเราคือยาห์เวห์เป็นพระเจ้าของเจ้าทั้งหลาย’ 21แต่ลูกหลานเหล่านั้นก็กบฏต่อเรา เขาทั้งหลายไม่ได้ดำเนินตามกฎเกณฑ์ของเรา และไม่รักษากฎหมายของเราด้วยการทำตามสิ่งเหล่านั้น ซึ่งถ้ามนุษย์รักษาก็จะดำรงชีวิตอยู่ด้วยสิ่งเหล่านั้น พวกเขาได้ลบหลู่บรรดาสะบาโตของเรา
 “แล้วเรากล่าวว่าเราจะระบายความโกรธของเราออกเหนือพวกเขา และให้ความกริ้วของเราที่มีต่อเขาออกมาจนหมดในถิ่นทุรกันดาร 22แต่เราได้หดมือของเราไว้ และทำโดยเห็นแก่นามของเราเอง เพื่อไม่ให้นามนั้นเสื่อมเกียรติในสายตาของประชาชาติ คือคนที่เราได้นำชนอิสราเอลออกมาต่อหน้าเขา 23ยิ่งกว่านั้นอีก เราได้ปฏิญาณต่อเขาทั้งหลายในถิ่นทุรกันดารว่า ‘เราจะกระจายพวกเขาไปในท่ามกลางประชาชาติ และแยกเขาไปอยู่ตามประชาชาติทั้งหลาย’ 24เพราะว่าพวกเขาไม่ได้ทำตามกฎหมายของเรา แต่ปฏิเสธกฎเกณฑ์ของเรา และลบหลู่บรรดาสะบาโตของเรา และนัยน์ตาของเขาก็จ้องมองอยู่ที่รูปเคารพแห่งบรรพบุรุษของเขา 25ยิ่งกว่านั้นอีก เราได้ให้กฎเกณฑ์ที่เลวแก่พวกเขาและให้กฎหมายที่ไม่ทำให้พวกเขาดำรงชีวิตอยู่ได้เมื่อทำตาม 26แล้วเราให้พวกเขาเป็นมลทินด้วยของถวายของเขาเอง และด้วยบุตรหัวปีทั้งหมด เพื่อเราจะทำให้พวกเขาคร้ามกลัว เพื่อให้เขาทั้งหลายรู้ว่าเราคือยาห์เวห์
 27“เพราะฉะนั้น บุตรมนุษย์เอ๋ย จงพูดกับพงศ์พันธุ์อิสราเอลและกล่าวกับพวกเขาว่า พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า บรรพบุรุษของเจ้าทั้งหลายได้หมิ่นประมาทเราอีกในเรื่องนี้ โดยทำกับเราด้วยการทรยศ 28เพราะว่าเมื่อเรานำพวกเขาเข้ามาในแผ่นดินที่เราปฏิญาณว่าจะให้เขานั้นแล้ว เมื่อพวกเขาเห็นเนินเขาสูงที่ไหนหรือเห็นต้นไม้ใบดกที่ไหน เขาก็ถวายเครื่องบูชาของพวกเขา ณ ที่นั่น และถวายเครื่องถวายที่ทำให้เราโกรธ ณ ที่นั่น เขาถวายกลิ่นที่พึงใจ และเทเครื่องดื่มบูชาออกที่นั่น 29(เราได้ถามเขาว่าปูชนียสถานสูงซึ่งเจ้าเข้าไปนั้นคืออะไร? และเขาก็เรียกชื่อที่นั่นว่า บามาห์ มาจนทุกวันนี้) 30เพราะฉะนั้น จงกล่าวกับพงศ์พันธุ์อิสราเอลว่า พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า พวกเจ้าทำตัวให้มลทินตามวิถีทางบรรพบุรุษของเจ้า และเล่นชู้กับสิ่งน่าขยะแขยงของพวกเขาหรือ? 31เมื่อพวกเจ้าถวายของถวายโดยให้บรรดาบุตรชายลุยไฟนั้น เจ้าก็ได้ทำตัวให้มลทินด้วยรูปเคารพทั้งหมดของเจ้าจนถึงบัดนี้ โอ พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย แล้วเราจะให้พวกเจ้ามาถามเราหรือ? พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสว่า เรามีชีวิตอยู่แน่นอนเช่นไร เราจะไม่ให้เจ้ามาถามเรา
 32“สิ่งที่อยู่ในใจของพวกเจ้าจะไม่เกิดขึ้นแน่ คือที่พวกเจ้าคิดว่า ‘เราจะเป็นเหมือนประชาชาติทั้งหลาย และเป็นเหมือนเผ่าต่างๆ ในประเทศทั่วไป คือการที่จะปรนนิบัติไม้และศิลา’ ”

พระเจ้าจะทรงฟื้นฟูอิสราเอล

 33พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสว่า “เรามีชีวิตอยู่แน่นอนอย่างไร เราจะปกครองเหนือพวกเจ้าอย่างแน่นอนด้วยมือที่ทรงพลัง ด้วยแขนที่เหยียดออก และด้วยความโกรธที่เทลงมา 34เราจะนำเจ้าทั้งหลายออกมาจากชนชาติทั้งหลาย และรวบรวมเจ้าออกมาจากประเทศทั้งปวง ซึ่งเจ้าถูกกระจัดกระจายให้ไปอยู่นั้น ด้วยมือที่ทรงพลัง ด้วยแขนที่เหยียดออก และด้วยความโกรธที่เทลงมา 35และเราจะนำพวกเจ้าเข้าไปในถิ่นทุรกันดารของชนชาติทั้งหลาย และ ณ ที่นั่นเราจะพิพากษาเจ้าแบบหน้าต่อหน้า 36เราพิพากษาบรรพบุรุษของเจ้าในถิ่นทุรกันดารแห่งแผ่นดินอียิปต์อย่างไร เราจะพิพากษาพวกเจ้าอย่างนั้น พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้แหละ 37เราจะให้พวกเจ้าลอดผ่านใต้คทาไป และเราจะให้เจ้าเข้าสู่ข้อผูกมัดของพันธสัญญา 38เราจะชำระพวกกบฏเสียจากท่ามกลางเจ้า รวมทั้งพวกที่ละเมิดต่อเรา เราจะนำพวกเขาออกจากแผ่นดินที่เขาไปอาศัยอยู่ชั่วคราวนั้น แต่เขาจะไม่ได้เข้าไปในแผ่นดินอิสราเอล แล้วเจ้าจะทราบว่า เราเองคือยาห์เวห์
 39“ส่วนพวกเจ้า โอ พงศ์พันธุ์อิสราเอล พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า แต่ละคนจงไปปรนนิบัติรูปเคารพของตน และทำต่อไปอีกถ้าหากเจ้าไม่เชื่อฟังเรา แต่นามอันบริสุทธิ์ของเรานั้น เจ้าอย่าลบหลู่ด้วยของถวายและด้วยรูปเคารพของพวกเจ้าอีก
 40“พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสว่า เพราะว่าบนภูเขาบริสุทธิ์ของเรา คือภูเขาสูงของอิสราเอล ณ ที่นั่น บรรดาพงศ์พันธุ์ของอิสราเอลทั้งหมดจะปรนนิบัติเราในแผ่นดินนั้น ณ ที่นั่น เราจะโปรดปรานพวกเขา ณ ที่นั่นเราจะรับของถวายของเจ้าทั้งหลาย ทั้งของสักการะที่คัดเลือกดีที่สุดนั้น และเครื่องถวายบูชาบริสุทธิ์ทั้งหมดของเจ้า 41เราจะโปรดปรานพวกเจ้าดั่งกลิ่นที่น่าพึงพอใจ เมื่อเรานำเจ้าออกมาจากชนชาติทั้งหลาย และรวบรวมเจ้าออกมาจากประเทศที่เจ้าถูกกระจัดกระจายไปอยู่นั้น แล้วเราจะสำแดงความบริสุทธิ์ของเราท่ามกลางเจ้า ต่อหน้าต่อตาประชาชาติทั้งหลาย 42แล้วพวกเจ้าจะรู้ว่าเราคือยาห์เวห์ เมื่อเรานำเจ้าเข้าในแผ่นดินอิสราเอล อันเป็นดินแดนซึ่งเราปฏิญาณไว้ว่าจะให้แก่บรรพบุรุษของเจ้า 43ณ ที่นั่นพวกเจ้าจะระลึกถึงวิถีทางและการกระทำทั้งหมดของเจ้า ซึ่งเจ้าใช้ทำให้ตัวเจ้ามลทิน และพวกเจ้าจะเกลียดชังตัวของเจ้า เพราะความชั่วทั้งหลายซึ่งเจ้าได้ทำนั้น 44แล้วพวกเจ้าจะรู้ว่า เราคือยาห์เวห์ โอ พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย เมื่อเราได้ทำกับเจ้าด้วยเห็นแก่นามของเรา ไม่ใช่ตามวิถีทางอันชั่วร้ายของเจ้า หรือตามการกระทำที่เสื่อมทรามของเจ้า” พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้แหละ

อรรถาธิบาย

เราจะบริสุทธิ์ได้อย่างไร?

กุญแจสู่ความบริสุทธิ์มีอยู่ในความสัมพันธ์ของคุณกับพระเจ้า พระเจ้าตรัสว่า ‘เราคือองค์บริสุทธิ์’ (20:40, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล) ผ่านความสัมพันธ์ของคุณกับพระองค์ ทรงต้องการให้คุณเป็นเหมือนพระองค์ พระองค์ตรัสว่า ‘เราเป็นพระเจ้าผู้ทำกิจในการทำให้เจ้าบริสุทธิ์’ (ข้อ 12, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

นี่คือเหตุผลของ ‘วันพักผ่อนอันศักดิ์สิทธิ์’ คือวันสะบาโต (ข้อ 20, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล) เป็นวันที่ให้คนได้พัฒนาความสัมพันธ์กับพระเจ้า การให้พระเจ้าเป็นวันแรกของสัปดาห์เป็นสัญลักษณ์ของการให้ความสำคัญกับพระเจ้าเหนือทุกสิ่ง

ความปรารถนาของพระเจ้ามีไว้สำหรับคนบริสุทธิ์เสมอมา ในพระธรรมตอนนี้ เราเห็นอีกครั้งหนึ่งถึงความไม่พอพระทัยของพระเจ้ากับความไม่บริสุทธิ์ของประชากรของพระองค์ ซึ่งประชากรของพระเจ้าควรตั้งใจที่จะสะท้อนถึง พระลักษณะอันบริสุทธิ์ของพระเจ้า

ข้อพระคัมภีร์ตอนนี้เริ่มต้นด้วยบทเพลงคร่ำครวญถึงบรรดากษัตริย์องค์สุดท้ายของยูดาห์ (19:1) ‘สิงห์ตัวเมีย’ หมายถึงยูดาห์และ ‘ลูก ๆ ของมัน’ หมายถึงบรรดากษัตริย์ทั้งหลาย

ภาพถูกเปลี่ยนเป็นแขนงที่ถูกถอนออก (19:10–14) บทเพลงคร่ำครวญยังคงดำเนินต่อไป อาณาจักรใด ๆ ที่เราสร้างเพื่อตัวเราเอง อาจดูแข็งแกร่ง แต่มันจะถูกทำลายอย่างง่ายดาย และรวดเร็ว

ข้อที่เหลือจะอธิบายต่อไปว่าทำไมอิสราเอลจึงถูกถอนรากถอนโคน และถูกพิพากษา และการกระทำของพวกเขาควรเป็นอย่างไร พระเจ้าอธิบายว่าผู้คน ‘ทำให้มลทิน’ และ ‘ดูหมิ่น’ ความบริสุทธิ์ของพระองค์อย่างไร แต่ทรงเฝ้ารอคอยเวลาที่จะไม่เป็นอย่างนั้นอีกต่อไป

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนบริสุทธิ์หรือไม่นั้นดูเหมือนว่าจะขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ของพวกเขากับพระเจ้า การตำหนิของพระองค์ต่อพวกเขาคือการไปติดตามพระอื่น ๆ และวิธีที่พวกเขาทำให้ตนเองเป็นมลทินด้วยรูปเคารพที่พวกเขาจับจ้อง (20:16; ดูข้อ 7,24,28,30 ด้วย) สิ่งนี้ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงกับความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับพระเจ้าซึ่ง ‘เราคือยาห์เวห์ เป็นผู้ทำให้พวกเขาบริสุทธิ์’ (ข้อ 12)

ตลอดมา เราจะเห็นได้ว่าความปรารถนาของพระเจ้ามีไว้สำหรับคนบริสุทธิ์ที่จะสะท้อนพระลักษณะของพระองค์ พระองค์มีแผนการที่จะทำให้ความบริสุทธิ์เช่นนี้เป็นไปได้ ช่วงเวลานั้นมาพร้อมกับการเสียสละชีวิตของพระเยซู และการเทลงมาของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในวันเพ็นเทคอสต์

คุณได้รับการทำให้บริสุทธิ์ พระวิญญาณบริสุทธิ์สถิตอยู่ในคุณ ให้พระเจ้ามาเป็นอันดับแรกในชีวิตของคุณและหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำลายความสัมพันธ์ของคุณกับพระองค์ ความงามอันนิ่งสงบของชีวิตบริสุทธิ์ของคุณ จะมีอิทธิพล และไม่อาจต้านทานได้

คำอธิษฐาน

ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ต้องการให้พระองค์เป็นที่หนึ่ง และหลีกเลี่ยงสิ่งใดๆ ก็ตามที่ทำลายความสัมพันธ์ของข้าพระองค์กับพระองค์ โปรดช่วยข้าพระองค์ให้นำด้วยชีวิตที่บริสุทธิ์

เพิ่มเติมโดยพิพพา

ฮีบรู 10:14 (พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

‘เป็นเครื่องบูชาที่สมบูรณ์ จากผู้สมบูรณ์เพื่อทำให้คนไม่สมบูรณ์นั้นสมบูรณ์แบบขึ้น’

ฉันเป็นหนึ่งในคนพวกนั้น!

reader

App

Download The Bible with Nicky and Pippa Gumbel app for iOS or Android devices and read along each day.

reader

อีเมล

Sign up now to receive The Bible with Nicky and Pippa Gumbel in your inbox each morning. You’ll get one email each day.

reader

เว็บไซต์

Subscribe and listen to The Bible with Nicky and Pippa Gumbel delivered to your favourite podcast app everyday.

การอ้างอิง

ข้อพระคัมภีร์อ้างอิงมาจากพระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 2011 สงวนสิทธิ์โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย (ยกเว้นข้อที่ระบุว่าเป็นฉบับอื่น)

เว็บไซต์นี้จัดเก็บข้อมูล เช่น คุกกี้ เพื่อเปิดใช้งานฟังก์ชั่นและการวิเคราะห์ที่จำเป็นเท่านั้น ดูเพิ่มเติม