วัน 324

สายสัมพันธ์จากพระเจ้า

ปัญญานิพนธ์ สดุดี 129:1-8
พันธสัญญาใหม่ ยากอบ 3:1-18
พันธสัญญาเดิม เอเสเคียล 36:1-37:28

เกริ่นนำ

พระเจ้าทรงมีสายสัมพันธ์แห่งฟ้าสวรรค์ในการเชื่อมต่อกับชีวิตของคุณ สายสัมพันธ์นั้นทรงพลัง และนำไปสู่ชีวิต เมื่อสามีภรรยาอยู่ด้วยกัน พวกเขาจะมีลูก เมื่อจิตวิญญาณของคนรวมกับพระวิญญาณของพระเจ้าชีวิตใหม่จะเกิดขึ้น เมื่อพี่น้องคริสเตียนอยู่ด้วยกันมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน พระเจ้าจะบัญชาพระพร (สดุดี 133) เมื่อสาวกมาอยู่รวมกันในวันเพ็นเทคอสต์ จะมีการเทลงมาของพระวิญญาณบริสุทธิ์

ซาตานกลัวการมีสายสัมพันธ์ เป้าหมายสูงสุดของซาตาน คือ ตัดคุณออกจากพระเจ้า มันพยายามที่จะแยกการแต่งงาน มิตรภาพ และคอยแบ่งแยกคริสตจักร แบ่งแยกนิกาย และสร้างความแตกแยกในหมู่คน ถึงแม้ว่าชุมชนของเราจะเชื่อมต่อกันมากขึ้นผ่านอินเตอร์เน็ต โทรศัพท์ โซเชียลมีเดีย แต่ผู้คนก็ยังแยกตัวออกมาอยู่ลำพัง และรู้สึกโดดเดี่ยวมากกว่าก่อน

ในปี 586 ก่อนคริสตกาล เอเสเคียลได้รับนิมิตเป็นภาพของสนามรบ เขาเห็นหุบเขาที่มีแต่คนตาย เต็มไปด้วยกระดูก กระดูกเหล่านั้นเป็นกระดูกแห้ง กระจัดกระจายออกเป็นชิ้น ๆ ถูกตัดทิ้งทำลายจนแห้งไป ประชากรของพระเจ้าถูกขับไล่และถูกทำให้กระจัดกระจายโดยศัตรู พวกเขากล่าวว่า 'กระดูกของเราแห้ง และความหวังของเราก็หมดสิ้น เราถูกทำลายเสียหมด' (เอเสเคียล 37:11) แล้วพระองค์ตรัสกับเอเสเคียลว่า 'กระดูกเหล่านี้จะมีชีวิตได้ไหม?' (ข้อ 3) คำตอบคือ ได้ ได้แน่นอน

ปัญญานิพนธ์

สดุดี 129:1-8

คำอธิษฐานขอความหายนะมีแก่ศัตรูของอิสราเอล

บทเพลงใช้แห่ขึ้น

1“พวกเขาได้ข่มเหงข้าพเจ้าอย่างหนักตั้งแต่หนุ่มๆ มา”
 ให้อิสราเอลกล่าวเถิดว่า
2“พวกเขาได้ข่มเหงข้าพเจ้าอย่างหนักตั้งแต่หนุ่มๆ มา
 แต่ก็ยังเอาชนะข้าพเจ้าไม่ได้
3คนที่ไถก็ได้ไถบนหลังข้าพเจ้า
 เขาทำรอยไถของเขาให้ยาว”
4พระยาห์เวห์ชอบธรรม
 พระองค์ทรงทำลายเครื่องจำจองของคนอธรรมจากตัวข้าพเจ้า
5ขอให้ทุกคนที่เกลียดชังศิโยน
 อับอายและต้องถอยกลับไป
6ขอให้พวกเขาเป็นเหมือนหญ้าที่งอกบนหลังคา
 ซึ่งเหี่ยวแห้งไปเมื่อยังไม่ทันโต
7ซึ่งคนเกี่ยวไม่เก็บใส่มือ
 หรือคนที่มัดเป็นฟ่อนไม่หอบไว้ที่อก
8ทั้งคนที่ผ่านไปไม่พูดว่า
 “ขอพระยาห์เวห์ทรงอวยพรท่านทั้งหลาย
 เราอวยพรพวกท่านในพระนามของพระยาห์เวห์”

อรรถาธิบาย

สายสัมพันธ์เชื่อมกับพระเจ้า

บางครั้งคุณรู้สึกว่าถูกศัตรูควบคุมหรือเปล่า? ทุกสิ่งดูเหมือนผิดพลาดไปหมด คุณดูเหมือนหลงทาง คุณกำลังเจอการกดขี่ของศัตรู (ข้อ 1)

แต่ชัยชนะอยู่ที่องค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้เขียนพระธรรมสดุดี กล่าวว่า ‘คนชั่วกดขี่ข้าพระองค์ตั้งแต่ข้าพระองค์ยังหนุ่ม... คนไถของเขาไถร่องยาวขึ้นลงหลังข้าพเจ้า แล้วพระเจ้าก็ฉีกบังเหียนของคนไถที่ชั่วร้ายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย’ (ข้อ 1–4, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

พระเยซูทรงทำให้ชัยชนะเป็นไปได้สำหรับคุณผ่านการสิ้นพระชนม์ และการฟื้นคืนพระชนม์ ซึ่งช่วยให้คุณเชื่อมต่อกับพระเจ้า

คำอธิษฐาน

ข้าแต่พระเจ้า โปรดช่วยข้าพระองค์ ให้อยู่ในสายสัมพันธ์กับพระองค์ แม้ถูกโจมตีมากมาย

พันธสัญญาใหม่

ยากอบ 3:1-18

เรื่องลิ้น

 1พี่น้องของข้าพเจ้า อย่าเป็นอาจารย์กันมากนักเลย เพราะท่านทั้งหลายก็รู้ว่าเราที่เป็นคนสอนนั้น จะต้องถูกพิพากษาที่เข้มงวดยิ่งขึ้น 2เพราะว่าเราทำผิดพลาดมากมายกันทุกคน ถ้าใครไม่เคยทำผิดทางคำพูด คนนั้นก็เป็นคนดีพร้อมและสามารถบังคับทั้งตัวได้ด้วย 3ถ้าเราเอาบังเหียนใส่ปากม้าเพื่อให้พวกมันเชื่อฟัง เราก็สามารถบังคับมันได้ทั้งตัว 4หรือดูเรือซิ แม้ว่ามันจะใหญ่และถูกพัดให้แล่นไปด้วยลมแรง เรือเหล่านั้นก็ยังถูกบังคับด้วยหางเสือเล็กๆ ไปในทิศทางที่นายท้ายต้องการจะให้ไป 5ลิ้นก็เช่นเดียวกัน เป็นอวัยวะเล็กๆ แต่คุยอวดในเรื่องใหญ่โต
 คิดดูซิ ไฟเพียงนิดเดียวแต่สามารถทำให้ป่าใหญ่ลุกไหม้ได้ 6และลิ้นนั้นเป็นไฟ ลิ้นเป็นโลกชั่วร้ายที่ตั้งอยู่ท่ามกลางอวัยวะต่างๆ ของเรา มันทำให้ทั้งกายเป็นมลทิน และเผาผลาญวงจรของชีวิต และตัวมันเองก็ถูกเผาผลาญโดยไฟนรก 7เพราะว่าสัตว์ทุกชนิด ทั้งนก ทั้งสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ในทะเลนั้นทำให้เชื่องได้ และมนุษย์ทำให้พวกมันเชื่องมาแล้ว 8แต่ลิ้นนั้นไม่มีมนุษย์คนไหนสามารถทำให้เชื่องได้ ลิ้นเป็นสิ่งชั่วร้ายที่อยู่ไม่สุขและเต็มไปด้วยพิษร้ายถึงตาย 9เราสรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้าและพระบิดาด้วยลิ้นนั้น และเราก็แช่งด่ามนุษย์ผู้ที่พระเจ้าทรงสร้างตามพระฉายาของพระองค์ด้วยลิ้นนั้น 10คำสรรเสริญและคำแช่งด่าออกมาจากปากเดียวกัน พี่น้องของข้าพเจ้า อย่าให้เป็นอย่างนั้น 11บ่อน้ำพุจะมีทั้งน้ำจืดและน้ำเค็มพุ่งออกมาจากช่องเดียวกันได้หรือ? 12พี่น้องของข้าพเจ้า ต้นมะเดื่อจะออกผลเป็นมะกอกได้หรือ? และเถาองุ่นจะออกผลเป็นมะเดื่อได้หรือ? บ่อน้ำพุเค็มย่อมทำให้เกิดน้ำจืดไม่ได้

ปัญญาจากเบื้องบน

 13มีใครบ้างในท่านทั้งหลายที่มีปัญญาและมีความเข้าใจ? ให้เขาแสดงออกมาด้วยความประพฤติที่ดีงาม คือด้วยการกระทำที่สุภาพอ่อนโยนพร้อมด้วยปัญญาของเขา 14แต่ถ้าหากในใจของพวกท่านมีความขมขื่นเพราะริษยาและมีความมักใหญ่ใฝ่สูง ก็อย่าโอ้อวดและอย่าต่อต้านความจริงด้วยการโกหก 15ปัญญาอย่างนี้ไม่ใช่ปัญญาที่มาจากเบื้องบน แต่เป็นปัญญาฝ่ายโลก ฝ่ายเนื้อหนังและฝ่ายผีปีศาจ 16เพราะว่าที่ไหนมีความริษยาและความมักใหญ่ใฝ่สูง ที่นั่นก็มีความวุ่นวายและการทำชั่วทุกอย่าง 17แต่ปัญญาจากเบื้องบนนั้นบริสุทธิ์เป็นประการแรก แล้วจึงเป็นความสงบสุข การผ่อนหนักผ่อนเบา การยอมรับฟัง การเต็มเปี่ยมด้วยความเมตตาและผลดีต่างๆ ไม่มีการลำเอียง ไม่มีการหน้าซื่อใจคด 18และพวกที่สร้างสันติ ซึ่งหว่านด้วยสันติ ก็จะได้รับผลคือความชอบธรรม

อรรถาธิบาย

สายสัมพันธ์ของพระเจ้าในชุมชนที่สมบูรณ์

กระดูกแห้งมีชีวิตอีกครั้งเมื่อมีการเชื่อมต่อกัน ‘คุณสามารถพัฒนาชุมชนที่สมบูรณ์และแข็งแกร่งซึ่งดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องกับพระเจ้า และเพลิดเพลินกับผลที่ได้' (ข้อ 18, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล) อย่างไรก็ตาม ยังมีเงื่อนไขซึ่งยากอบได้กล่าวอีก

ยากอบยังคงเตือนเกี่ยวกับเรื่องลิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับพวกเราที่สอน ‘การสอนเป็นงานที่มีความรับผิดชอบสูง ผู้สอนมีมาตรฐานที่เข้มงวดที่สูงสุด’ (ข้อ 1, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล) เป็นที่น่าโล่งใจขึ้นเมื่อเขาได้กล่าวเสริมว่า ‘เพราะว่าเราทำผิดพลาดมากมายกันทุกคน' (ข้อ 2) แน่นอนว่าผมเองก็ด้วย

ลิ้นเป็นเครื่องมือเล็ก ๆ ที่ทรงพลัง มันสามารถทำสิ่งที่ดีเยี่ยมได้มากแต่ยังทำอันตรายได้มากเช่นกัน ลิ้นทำให้เกิดความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวหรือความแตกแยกได้ 'ด้วยคำพูดของเรา เราสามารถทำลายโลก เปลี่ยนความสามัคคีให้เป็นความโกลาหล สาดโคลนใส่ชื่อเสียง ส่งโลกทั้งโลกขึ้นไปในควันจากหลุมนรก’ (ข้อ 8, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

ความสัมพันธ์ แม้กระทั่งการแต่งงาน มักจบลงเพราะสิ่งที่พูด หรือสิ่งที่ไม่ได้พูด ผู้มากมายต่างตกงาน เสียชื่อเสียง เกิดการโต้เถียง หรือแม้แต่เกิดสงครามอันเนื่องมาจากคำพูดของพวกเขา

คำพูดที่รุนแรงและอยุติธรรมมีพลังทำลายล้าง 'เราสรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้าและพระบิดาด้วยลิ้นนั้น และเราก็แช่งด่ามนุษย์ผู้ที่พระเจ้าทรงสร้างตามพระฉายาของพระองค์ด้วยลิ้นนั้น’ (ข้อ 9) การสาปแช่งหมายถึงการพูดจาชั่วร้าย การอวยพรหมายถึงการพูดในสิ่งที่ดี อย่าพูดสิ่งใดในทางลบ แต่จงเรียนรู้ที่จะควบคุมลิ้น เพื่อให้คุณพูดคำที่เป็นพรแก่ผู้คน

ให้เราพูดถ้อยคำแห่งชีวิต คำพูดของคุณมีพลังมหาศาลสำหรับการเชื่อมต่อ คุณสามารถนำการรักษา ให้กำลังใจ และการสั่งสอน คำพูดของคุณสามารถเปลี่ยนวันของบุคคลหรือแม้แต่ชีวิตของพวกเขาได้

อัครสาวกยากอบพูดถึง ‘ปัญญาจากเบื้องบน’ (ข้อ 17) ว่า ‘ท่านปรารถนาที่จะมีสติปัญญาหรือไม่ เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับสติปัญญา นี่คือสิ่งที่ท่านต้องทำ คือดำเนินชีวิตอย่างดี ใช้ชีวิตอย่างฉลาด อยู่อย่างถ่อมใจ เหล่านั้นมันคือวิถีชีวิต ไม่ใช่เพียงแต่พูด’ (ข้อ 13, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

ขจัดความข่มขื่นจากความริษยาและความมักใหญ่ใฝ่สูง (ข้อ 14) สิ่งเหล่านี้ไม่ได้มาจากสวรรค์แต่มาจากมารและเป็นต้นเหตุของความผิดแปลกและการทำชั่วทั้งหมด (ข้อ 14–15)

อย่างไรก็ตาม สติปัญญาจากเบื้องบนนั้น 'บริสุทธิ์เป็นประการแรก แล้วจึงเป็นความสงบสุข การผ่อนหนักผ่อนเบา การยอมรับฟัง การเต็มเปี่ยมด้วยความเมตตาและผลดีต่าง ๆ ไม่มีการลำเอียง ไม่มีการหน้าซื่อใจคด และพวกที่สร้างสันติ ซึ่งหว่านด้วยสันติ ก็จะได้รับผลคือความชอบธรรม’ (ข้อ 17–18)

ถ้าคุณใช้ชีวิตแบบนี้ ชีวิตของคุณจะมีอิทธิพลอย่างมาก นี่คือ ‘งานหนักที่จะอยู่ร่วมกันให้ปฏิบัติต่อกันและกันด้วยการให้เกียรติและศักดิ์ศรี’ (ข้อ 18, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล) หากคุณพยายามอย่างหนักเพื่อความสัมพันธ์ของคุณกับคนรอบข้าง คุณจะ ‘เก็บเกี่ยวความชอบธรรม’ และคุณจะมีอิทธิพลอย่างมากต่อสังคม

คำอธิษฐาน

ข้าแต่พระเจ้า โปรดช่วยข้าพระองค์ให้เป็นผู้สร้างสันติสุขที่ทำให้เกิดสายสัมพันธ์ และหว่านสันติสุข และเก็บเกี่ยวผลแห่งความชอบธรรม

พันธสัญญาเดิม

เอเสเคียล 36:1-37:28

อิสราเอลรับการอวยพร

 1เจ้า บุตรมนุษย์เอ๋ย จงเผยพระวจนะต่อภูเขาทั้งหลายของอิสราเอล จงกล่าวว่า “ภูเขาของอิสราเอลเอ๋ย จงฟังพระวจนะของพระยาห์เวห์ 2พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า เพราะศัตรูกล่าวขวัญถึงเจ้าว่า ‘ฮะฮ้า’ และว่า ‘ที่สูงโบราณเหล่านั้นได้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเราแล้ว’ 3เพราะฉะนั้น จงเผยพระวจนะและกล่าวว่า พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า เพราะว่า เออ เนื่องจากพวกเขาทำให้เจ้ารกร้างและบีบคั้นเจ้าจากรอบด้าน จนเจ้าตกเป็นกรรมสิทธิ์ของบรรดาประชาชาติที่เหลือนั้น และเจ้ากลายเป็นขี้ปากและเป็นที่นินทาของประชาชน 4เพราะฉะนั้น ภูเขาของอิสราเอลเอ๋ย จงฟังพระวจนะของพระยาห์เวห์องค์เจ้านาย พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้กับภูเขาและเนินเขา ห้วยและหุบเขา กับซากปรักหักพังและที่ร้างเปล่า ทั้งบรรดาเมืองที่ผู้คนละทิ้ง ซึ่งได้กลายเป็นของริบและเป็นที่เย้ยหยันของประชาชาติที่เหลือซึ่งอยู่รอบๆ 5เพราะฉะนั้น พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า ด้วยความหวงแหนอย่างเดือดดาลของเรา เราพูดต่อสู้ประชาชาติที่เหลือและเอโดมทั้งหมดผู้ซึ่งเอาแผ่นดินของเราไปเป็นกรรมสิทธิ์ของพวกเขาเอง ด้วยความร่าเริงเต็มหัวใจและด้วยความมุ่งร้าย เพื่อจะไล่คนในนั้นออกไปเป็นของริบ 6เพราะฉะนั้น จงเผยพระวจนะต่อแผ่นดินอิสราเอล และเจ้าจงกล่าวกับภูเขาและเนินเขา กับห้วยและหุบเขาว่า พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า ดูสิ เราพูดด้วยความหวงแหนและด้วยความโกรธของเรา เพราะเจ้าได้ทนรับความอับอายจากบรรดาประชาชาติ 7เพราะฉะนั้น พระยาห์เวห์องค์เจ้านายจึงตรัสว่า เราปฏิญาณว่าประชาชาติรอบๆ เจ้านั้น จะต้องรับความอับอาย
 8“แต่เจ้า ภูเขาทั้งหลายของอิสราเอลเอ๋ย เจ้าจะแตกกิ่งก้านของเจ้าออกมา และจะออกผลให้แก่อิสราเอลประชากรของเรา เพราะว่าพวกเขาจะกลับมาในไม่ช้า 9เพราะดูสิ เราอยู่กับเจ้า เราจะหันมาหาเจ้า และเจ้าจะได้รับการไถและการหว่าน 10และเราจะทวีจำนวนคนให้แก่เจ้า คือแก่พงศ์พันธุ์อิสราเอลทั้งหมด เมืองทั้งหลายจะมีคนอาศัยอยู่ และซากปรักหักพังจะถูกสร้างขึ้นใหม่ 11เราจะทวีจำนวนทั้งคนและสัตว์แก่เจ้า จะเพิ่มพูนขึ้นและจะมีลูกดก เราจะทำให้เจ้ามีคนอาศัยอยู่อย่างในกาลก่อน และจะให้เจ้ารุ่งเรืองมากกว่าก่อน แล้วเจ้าจะรู้ว่าเราคือยาห์เวห์ 12เออ เราจะให้คนมาเดินบนเจ้า คืออิสราเอลประชากรของเรา เขาทั้งหลายจะได้เจ้าเป็นกรรมสิทธิ์ และเจ้าจะเป็นมรดกของเขาทั้งหลาย และเจ้าจะไม่ทำให้เขาโศกเศร้าเรื่องลูกอีกต่อไป
 13“พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า เพราะคนกล่าวกับเจ้าว่า ‘เจ้ากินคน และเจ้าทำให้ประชาชาติของเจ้าโศกเศร้าเรื่องลูก’ 14เพราะฉะนั้น เจ้าจะไม่กินคน และไม่ทำให้ประชาชาติของเจ้าโศกเศร้าเรื่องลูกอีกเลย พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้แหละ 15เราจะไม่ให้เจ้าได้ยินคำเยาะเย้ยของประชาชาติต่างๆ อีก และเจ้าไม่ต้องทนรับความขายหน้าของชนชาติทั้งหลายอีก และจะไม่ทำให้ประชาชาติของเจ้าสะดุดอีกเลย” พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้แหละ

การฟื้นฟูอิสราเอล

 16พระวจนะของพระยาห์เวห์มายังข้าพเจ้าอีกว่า 17“บุตรมนุษย์เอ๋ย เมื่อพงศ์พันธุ์อิสราเอลอาศัยอยู่ในแผ่นดินของตน เขาทำให้แผ่นดินเป็นมลทินด้วยวิถีและการกระทำของเขา ความประพฤติของเขาต่อหน้าเราก็เหมือนมลทินอันเกิดจากประจำเดือน 18เพราะฉะนั้น เราจึงระบายความโกรธของเราออกเหนือเขา ด้วยเรื่องโลหิตซึ่งเขาได้ทำให้ตกบนแผ่นดิน ด้วยเรื่องรูปเคารพซึ่งเขาทำให้แผ่นดินนั้นเป็นมลทิน 19เราจึงกระจายพวกเขาไปท่ามกลางบรรดาประชาชาติ และให้เขากระจัดกระจายไปตามประเทศต่างๆ เราพิพากษาเขาตามวิถีและการกระทำของเขา 20แต่เมื่อพวกเขาไปยังบรรดาประชาชาติ ไม่ว่าไปถึงไหน เขาก็ทำให้นามบริสุทธิ์ของเราเสื่อมเกียรติ เพราะคนกล่าวขวัญถึงพวกเขาว่า ‘คนเหล่านี้เป็นประชากรของพระยาห์เวห์ ถึงกระนั้นเขายังต้องออกไปจากแผ่นดินของพระองค์’ 21แต่เรายังเป็นห่วงนามบริสุทธิ์ของเรา ซึ่งพงศ์พันธุ์อิสราเอลทำให้เสื่อมเกียรติท่ามกลางประชาชาติที่เขาตกไปอยู่นั้น
 22“เพราะฉะนั้น จงกล่าวกับพงศ์พันธุ์อิสราเอลว่า พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย ที่เรากำลังจะทำอยู่นั้นไม่ใช่เพราะเห็นแก่เจ้า แต่เพราะเห็นแก่นามบริสุทธิ์ของเรา ซึ่งเจ้าได้ทำให้เสื่อมเกียรติท่ามกลางประชาชาติซึ่งเจ้าเข้าไปอยู่นั้น 23และเราจะสำแดงความศักดิ์สิทธิ์ของนามยิ่งใหญ่ของเราซึ่งถูกลบหลู่ท่ามกลางประชาชาติ คือนามที่เจ้าทำให้เสื่อมเกียรติท่ามกลางพวกเขา แล้วประชาชาติทั้งหลายจะรู้ว่า เราคือยาห์เวห์ พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ เมื่อเราสำแดงความศักดิ์สิทธิ์ของเราท่ามกลางพวกเจ้าต่อหน้าต่อตาเขาทั้งหลาย 24เพราะว่าเราจะนำพวกเจ้าออกมาจากท่ามกลางประชาชาติทั้งหลาย และรวบรวมเจ้ามาจากทุกประเทศ แล้วนำเจ้าเข้ามาในแผ่นดินของเจ้าเอง 25เราจะเอาน้ำสะอาดพรมเจ้าทั้งหลาย แล้วเจ้าจะสะอาดพ้นจากมลทินทั้งหลายของเจ้า และเราจะชำระพวกเจ้าจากรูปเคารพทั้งหลายของเจ้า 26เราจะให้ใจใหม่แก่พวกเจ้า และเราจะบรรจุวิญญาณใหม่ไว้ภายในของเจ้าทั้งหลาย เราจะนำใจหินออกจากเนื้อของเจ้า และให้ใจเนื้อแก่เจ้า 27เราจะใส่วิญญาณของเราไว้ภายในของเจ้าทั้งหลาย แล้วทำให้เจ้าดำเนินตามกฎเกณฑ์ของเรา และรักษากฎหมายของเรา ทั้งทำตามนั้น 28เจ้าทั้งหลายจะอาศัยอยู่ในแผ่นดินที่เราให้แก่บรรพบุรุษของเจ้า และเจ้าจะเป็นประชากรของเรา และเราเองจะเป็นพระเจ้าของเจ้า 29เราจะช่วยเจ้าให้พ้นมลทินทั้งหลายของเจ้า และเราจะเรียกข้าวมา และทำให้มันเพิ่มพูนขึ้น และจะไม่ให้เจ้ามีความอดอยากอีก 30เราจะเพิ่มพูนผลของต้นไม้และผลผลิตจากพื้นดินเพื่อเจ้าจะไม่ต้องทนรับความขายหน้าท่ามกลางประชาชาติ เพราะความอดอยากอีกต่อไป 31แล้วพวกเจ้าจะระลึกถึงวิถีชั่วของเจ้า และการกระทำที่ไม่ดีของเจ้า แล้วเจ้าจะเกลียดตัวเองเพราะความผิดบาปของเจ้า และสิ่งน่าสะอิดสะเอียนของเจ้า 32พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสว่า ที่เราทำนั้น ไม่ใช่เพราะเห็นแก่เจ้า พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย พวกเจ้าจงรับรู้ไว้ จงอับอายและขายหน้าด้วยวิถีทั้งหลายของเจ้า”
 33“พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า ในวันที่เราชำระพวกเจ้าจากความผิดบาปทั้งหมดของเจ้านั้น เราจะทำให้เมืองทั้งหลายมีคนอาศัยอยู่ และซากปรักหักพังจะถูกสร้างขึ้นใหม่ 34แผ่นดินที่รกร้างจะได้รับการไถ และจะไม่เป็นที่ร้างเปล่าเช่นที่เคยปรากฏแก่สายตาของผู้ผ่านไปมา 35และคนทั้งหลายจะกล่าวว่า ‘แผ่นดินนี้ที่เคยรกร้างได้กลายเป็นอย่างสวนเอเดน และเมืองทั้งหลายที่ร้างเปล่า รกร้างและหักพัง เดี๋ยวนี้ก็มีคนอยู่และมีกำแพง’ 36แล้วบรรดาประชาชาติที่เหลือซึ่งอยู่รอบๆ เจ้าจะรู้ว่า เรา ยาห์เวห์ ได้สร้างเมืองหักพังเหล่านี้ขึ้นใหม่ และปลูกพืชในที่รกร้างนั้น เรา ยาห์เวห์ ได้ลั่นวาจาแล้ว และเราจะทำเช่นนั้น
 37“พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า อีกครั้งหนึ่ง เราจะยอมให้พงศ์พันธุ์อิสราเอลขอต่อเราให้ทำสิ่งนี้แก่พวกเขา เราจะเพิ่มจำนวนพวกเขาให้มีคนมากอย่างฝูงแพะแกะ 38ฝูงแพะแกะสำหรับการถวายบูชา และฝูงแพะแกะในกรุงเยรูซาเล็มระหว่างเทศกาลของเธอเป็นอย่างไร เมืองทั้งหลายที่ร้างเปล่าก็จะเต็มด้วยฝูงคนอย่างนั้น แล้วเขาทั้งหลายจะรู้ว่า เราคือยาห์เวห์”

เอเสเคียล 37

หุบเขากระดูกแห้ง

 1พระหัตถ์ของพระยาห์เวห์มาอยู่เหนือข้าพเจ้า แล้วพระองค์ทรงนำข้าพเจ้าออกมาด้วยพระวิญญาณของพระยาห์เวห์ แล้ววางข้าพเจ้าไว้กลางหุบเขาที่มีกระดูกเต็มไปหมด 2พระองค์ทรงพาข้าพเจ้าไปรอบๆ กระดูกเหล่านั้น ดูสิ มีกระดูกมากมายเหลือเกินบนพื้นหุบเขา และนี่แน่ะ เป็นกระดูกแห้งมากๆ 3แล้วพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า “บุตรมนุษย์เอ๋ย กระดูกเหล่านี้จะมีชีวิตได้ไหม?” และข้าพเจ้าทูลตอบว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์องค์เจ้านาย พระองค์ทรงทราบอยู่แล้ว” 4พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าอีกว่า “จงเผยพระวจนะต่อกระดูกเหล่านี้ และกล่าวกับพวกมันว่า กระดูกแห้งเอ๋ย จงฟังพระวจนะของพระยาห์เวห์” 5พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้แก่กระดูกเหล่านี้ว่า “ดูสิ เราจะนำลมหายใจเข้าไปในพวกเจ้า และเจ้าจะมีชีวิต 6เราจะใส่เส้นเอ็นไว้บนพวกเจ้าและจะทำให้มีเนื้อขึ้นมาบนเจ้า และเอาหนังหุ้มเจ้า และบรรจุลมหายใจในเจ้า แล้วเจ้าจะมีชีวิต แล้วพวกเจ้าจะรู้ว่า เราคือยาห์เวห์”
 7ข้าพเจ้าก็เผยพระวจนะตามที่ข้าพเจ้าได้รับพระบัญชา และเมื่อข้าพเจ้าเผยพระวจนะอยู่นั้นก็มีเสียง และดูสิ เป็นเสียงสั่นรัว พวกกระดูกนั้นเข้ามาหากัน กระดูกกับกระดูก 8และเมื่อข้าพเจ้ามองดูก็เห็นมีเอ็นบนพวกมัน เนื้อก็ขึ้นมาบนกระดูก และหนังก็มาหุ้มมันไว้ แต่ไม่มีลมหายใจในนั้น 9แล้วพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า “จงเผยพระวจนะแก่ลมหายใจ บุตรมนุษย์เอ๋ย จงเผยพระวจนะเถิด จงกล่าวกับลมหายใจว่า พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า ลมหายใจเอ๋ย จงมาจากลมทั้งสี่ มาหายใจเข้าไปในคนที่ถูกฆ่าพวกนี้เพื่อให้เขามีชีวิต” 10แล้วข้าพเจ้าก็เผยพระวจนะตามที่พระองค์ทรงบัญชาข้าพเจ้า และลมหายใจก็เข้ามาในร่างเหล่านั้น พวกเขาก็มีชีวิต แล้วก็ยืนขึ้นด้วยเท้าเป็นกองทัพใหญ่โตมากจริงๆ
 11แล้วพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า “บุตรมนุษย์เอ๋ย กระดูกเหล่านี้คือพงศ์พันธุ์อิสราเอลทั้งหมด ดูสิ เขาทั้งหลายกล่าวว่า ‘กระดูกของเราแห้ง และความหวังของเราก็หมดสิ้น เราถูกทำลายเสียหมด’ 12เพราะฉะนั้น จงเผยพระวจนะและกล่าวแก่พวกเขาว่า พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า นี่แน่ะ ประชากรของเราเอ๋ย เราจะเปิดหลุมฝังศพของเจ้าทั้งหลาย และเอาเจ้าออกมาจากหลุมศพของเจ้า และจะนำเจ้ากลับมายังแผ่นดินอิสราเอล 13โอ ประชากรของเราเอ๋ย เจ้าทั้งหลายจะรู้ว่า เราคือยาห์เวห์ เมื่อเราเปิดหลุมศพของเจ้า และเอาเจ้าออกมาจากหลุมศพของเจ้า 14และเราจะใส่วิญญาณของเราไว้ในเจ้า แล้วเจ้าทั้งหลายจะมีชีวิต และเราจะวางเจ้าไว้ในแผ่นดินของเจ้า แล้วเจ้าจะรู้ว่าเราคือยาห์เวห์ได้ลั่นวาจาแล้ว และเราจะลงมือทำ” พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ

ไม้สองอัน

 15พระวจนะของพระยาห์เวห์มายังข้าพเจ้าว่า 16“เจ้า บุตรมนุษย์เอ๋ย จงเอาไม้มาอันหนึ่งเขียนลงว่า ‘สำหรับยูดาห์ และสำหรับชนอิสราเอลที่ผูกพันกับยูดาห์’ จงเอาไม้มาอีกอันหนึ่งเขียนลงว่า ‘สำหรับโยเซฟ (ไม้ของเอฟราอิม) และพงศ์พันธุ์อิสราเอลทั้งหมดที่ผูกพันกับโยเซฟ’ 17แล้วนำไม้ทั้งสองรวมเข้าเป็นอันเดียว เพื่อเป็นไม้อันเดียวกันในมือของเจ้า 18และเมื่อคนในชนชาติเจ้ากล่าวกับเจ้าว่า ‘ท่านจะไม่บอกให้เรารู้หรือว่า สิ่งนี้หมายความว่าอะไร?’ 19จงกล่าวกับพวกเขาว่า พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า ดูสิ เรากำลังจะเอาไม้ของโยเซฟ (ซึ่งอยู่ในมือของเอฟราอิม) และของเผ่าต่างๆ ของอิสราเอลที่ผูกพันกับเขา และเราจะเอาไม้ของยูดาห์มา แล้วทำให้เป็นไม้อันเดียวกัน และจะเป็นไม้อันเดียวในมือของเรา 20เมื่อไม้ทั้งสองที่เจ้าเขียนนั้นอยู่ในมือเจ้าต่อหน้าต่อตาเขาทั้งหลาย 21ก็จงกล่าวกับเขาว่า พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า ดูสิ เราจะนำคนอิสราเอลมาจากท่ามกลางบรรดาประชาชาติที่พวกเขาได้เข้าไปอยู่ด้วยนั้น และจะรวบรวมเขามาจากรอบด้าน แล้วนำเขามายังแผ่นดินของเขาเอง 22และเราจะทำให้พวกเขาเป็นประชาชาติเดียวในแผ่นดินนั้นที่บนภูเขาทั้งหลายของอิสราเอล และจะมีกษัตริย์องค์เดียวเป็นกษัตริย์อยู่เหนือเขาทั้งหมด พวกเขาจะไม่เป็นสองประชาชาติอีกต่อไป และจะไม่แยกเป็นสองราชอาณาจักรอีกต่อไป 23และพวกเขาจะไม่ทำตัวให้เป็นมลทินด้วยรูปเคารพ หรือด้วยสิ่งน่าสะอิดสะเอียนของเขา หรือด้วยการล่วงละเมิดทุกอย่างของเขาอีกต่อไป แต่เราจะช่วยเขาให้พ้นจากบาปในที่อาศัยของพวกเขานั้น และเราจะชำระเขา แล้วพวกเขาจะเป็นประชากรของเรา และเราจะเป็นพระเจ้าของเขา
 24“ดาวิดผู้รับใช้ของเราจะเป็นกษัตริย์เหนือเขาทั้งหลายและเขาทุกคนจะมีผู้เลี้ยงเดียวกัน เขาจะดำเนินตามกฎหมายของเรา และรักษากฎเกณฑ์ของเรา ทั้งทำตาม 25เขาทั้งหลายจะอาศัยอยู่ในแผ่นดินที่เราได้ให้แก่ยาโคบผู้รับใช้ของเรา ซึ่งบรรดาบรรพบุรุษของพวกเจ้าอาศัยอยู่ พวกเขาและลูกของเขา รวมทั้งหลานของเขาจะอาศัยอยู่ที่นั่นเป็นนิตย์ และดาวิดผู้รับใช้ของเราจะเป็นเจ้านายของเขาเป็นนิตย์ 26เราจะทำพันธสัญญาแห่งสันติภาพกับเขา จะเป็นพันธสัญญานิรันดร์แก่เขา และเราจะก่อตั้งพวกเขาและให้เขาทวีมากขึ้น และเราจะตั้งสถานนมัสการของเราไว้ท่ามกลางเขาเป็นนิตย์ 27ที่อาศัยของเราจะอยู่กับเขาทั้งหลาย เราจะเป็นพระเจ้าของเขาและเขาจะเป็นประชากรของเรา 28แล้วประชาชาติทั้งหลายจะรู้ว่าเรา ยาห์เวห์ได้ทำให้อิสราเอลบริสุทธิ์ เมื่อสถานนมัสการของเราอยู่ท่ามกลางเขาเป็นนิตย์”

อรรถาธิบาย

สายสัมพันธ์กับพระเจ้าผ่านพระวิญญาณบริสุทธิ์

ในที่สุดก็มีความหวัง! กระดูกแห้งกลับมีชีวิตได้! เราได้อ่านการพยากรณ์เกี่ยวกับการพิพากษามามากมาย แต่พระเจ้ากำลังกระทำ พระเจ้าตรัสกับประชากรของพระองค์ว่า พวกเจ้ากำลังจะ ‘กลับบ้าน' 'เราอยู่เคียงข้างเจ้า’ ‘จะมีชีวิต ชีวิต และชีวิตอีก’ แทนที่ความตาย (36:8–11, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล) สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้อย่างไร? ในข้อนี้ เราเห็นสายสัมพันธ์จากพระเจ้า 3 ประการ นั่นเป็นเหมือนการเชื่อมต่อไร้สายที่ใหญ่ที่สุดในโลก ดังนี้

1.\tพระวจนะของพระเจ้า
พระวจนะของพระเจ้ามอบการเชื่อมต่อเข้าด้วยกันให้คุณกับพระเจ้าและเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ของคุณ ‘จงเผยพระวจนะต่อกระดูกเหล่านี้ และกล่าวกับพวกมันว่า “กระดูกแห้งเอ๋ย จงฟังพระวจนะของพระยาห์เวห์!”’ (37:4) ในชีวิตผม ผมเคยแห้งเหี่ยวทางฝ่ายจิตวิญญาณ อันที่จริง ผมตายไปแล้วด้วยซ้ำ ผมมีเพื่อนมากหน้าหลายตา แต่กลับไม่ได้มีความสัมพันเชิงลึกต่อกัน แต่ต่อมาเมื่อผมได้อ่านพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ ผมได้ยินพระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้า ผมจึงได้เชื่อมต่อเข้ากับพระเจ้า และมีประสบการณ์การเชื่อมต่อที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นกับคนอื่นๆ พระสัญญาของพระเจ้าในการฟื้นฟูมีฤทธานุภาพมาก: ‘เราจะให้ใจใหม่แก่พวกเจ้า และเราจะบรรจุวิญญาณใหม่ไว้ภายในของเจ้าทั้งหลาย เราจะนำใจหินออกจากเนื้อของเจ้า และให้ใจเนื้อแก่เจ้า เราจะใส่วิญญาณของเราไว้ภายในของเจ้าทั้งหลาย แล้วทำให้เจ้าดำเนินตามกฎเกณฑ์ของเรา และรักษากฎหมายของเรา ทั้งทำตามนั้น’ (36:26–27)

พระเจ้าทรงสามารถชุบชีวิตสิ่งที่แห้งหรือแม้แต่ตายไปแล้วได้ เมื่อพระวจนะของพระเจ้าและพระวิญญาณของพระองค์มารวมกัน การเป็นขึ้นจากตายและสติปัญญาที่มาจากพระเจ้าก็เกิดขึ้น สิ่งที่เป็นไปไม่ได้สำหรับมนุษย์ จะเป็นไปได้ด้วยฤทธิ์เดชของพระเจ้า หากปราศจากพระเจ้า คริสตจักรจะพังทลายอย่างที่โลกคอยพร่ำบอกเรา แต่สำหรับพระเจ้า กระดูกแห้งเหล่านี้จะมีชีวิตอีกครั้ง

  1. พระกายของพระคริสต์
    การเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคริสตจักรมีความสำคัญมาก เราต้องการหมายสำคัญที่มองเห็นได้ในความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันนี้ นั่นคือสายสัมพันธ์อันศักดิ์สิทธิ์ระหว่างส่วนต่าง ๆ ของคริสตจักรและภายในคริสตจักรแต่ละแห่ง นี่คือสิ่งที่พระเยซูอธิษฐานขอในยอห์นบทที่ 17 พระเจ้าทรงให้เอเสเคียลเห็นภาพ โดยใช้ไม้สองท่อนเพื่อสื่อสารถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันที่พระเจ้าจะทรงตั้งขึ้น ‘จงรวมเข้าด้วยกันเป็นแท่งเดียวเพื่อที่พวกเขาจะกลายเป็นหนึ่งเดียวในมือของเจ้า… เป็นกษัตริย์องค์เดียวเหนือพวกเขาทั้งหมด… ผู้เลี้ยงเพียงคนเดียว’ (เอเสเคียล 37:17,22,24)

นี่คือการคาดการณ์ล่วงหน้าถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของพระกายของพระคริสต์ (เอเฟซัส 4:4–6) พระเจ้าทรงสัญญาว่า ‘เราจะเป็นพระเจ้าของเขาและเขาจะเป็นประชากรของเรา' (เอเสเคียล 37:27) ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในคริสตจักรจะนำไปสู่การฟื้นฟูบ้านเมืองด้วย (36:33–38) ‘เมืองทั้งหลายที่ร้างเปล่าก็จะเต็มด้วยฝูงคนอย่างนั้น’ (ข้อ 38) นิมิตแห่งความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันที่ได้รับการฟื้นฟูนี้ทำให้ผมมีความหวังสำหรับคริสตจักรในบ้านเมืองของเรา ในประเทศของเรา และทั่วโลก พระเจ้าไม่เคยทอดทิ้งประชากรของพระองค์ และแผนการของพระองค์ก็มักนำมาซึ่งการฟื้นฟูและช่วยเราให้รอด

3.\tพระวิญญาณบริสุทธิ์
กระดูกแห้ง ‘ไม่มีลมหายใจในนั้น’ (37:8) แต่พระยาห์เวห์ตรัสว่า ‘"จงเผยพระวจนะแก่ลมหายใจ... 'ลมหายใจเอ๋ย... มาหายใจเข้าไปในคนที่ถูกฆ่าพวกนี้เพื่อให้เขามีชีวิต’" แล้วข้าพเจ้าก็เผยพระวจนะตามที่พระองค์ทรงบัญชาข้าพเจ้า และลมหายใจก็เข้ามาในร่างเหล่านั้น พวกเขาก็มีชีวิต แล้วก็ยืนขึ้นด้วยเท้าเป็นกองทัพใหญ่โตมากจริง ๆ’ (ข้อ 9–10) ไม่มีคำแปลในภาษาอังกฤษที่สามารถแปลภาษาฮีบรูคำว่า 'ruach' ได้ ซึ่งคำนี้ปรากฏถึง 400 ครั้ง ในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม (และถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษในข้อพระคัมภีร์ตอนนี้ว่า ‘ลมหายใจ’ (breath) (ข้อ 8–9) ‘ลม’ (wind) (ข้อ 9) วิญญาณ (spirit) (ข้อ 1,14) วิญญาณนำมาซึ่งชีวิตใหม่ ‘เราจะเปิดหลุมฝังศพของเจ้าทั้งหลาย และเอาเจ้าออกมาจากหลุมศพของเจ้า....เราจะใส่วิญญาณของเราไว้ในเจ้า แล้วเจ้าทั้งหลายจะมีชีวิต’ (ข้อ12,14) ฤทธิ์อำนาจแห่งการฟืนคืนพระชนม์อยู่ในคุณ นำให้คุณมีชีวิตใหม่ ‘ถ้าพระวิญญาณของพระองค์ ผู้ทรงให้พระเยซูเป็นขึ้นมาจากตายสถิตอยู่ในท่านทั้งหลาย’ (โรม 8:11)

มีเสียงสั่นรัวเมื่อกระดูกมารวมกัน เสียงของการเชื่อมต่อกับพระเจ้าก่อตัวขึ้นอีกครั้ง เสียงของลมหายใจของพระเจ้าให้ชีวิตใหม่เข้ามาในคริสตจักรของพระองค์โดยพระวิญญาณ คริสตจักรเป็นยักษ์ที่กำลังเติบโต เป็นกองทัพใหญ่โตมโหฬารของผู้คนที่เปี่ยมด้วยพระวิญญาณ เต็มไปด้วยพลัง รวมกันเป็นหนึ่งเดียวตามวัตถุประสงค์

คำอธิษฐาน

ข้าแต่พระเจ้า โปรดประทานลมหายใจที่ให้ชีวิตใหม่แกประชากรของพระองค์ จากกระดูกแห้งจะกลายเป็นกองทัพที่มีกำลัง เพื่อประชาชาติจะรู้ว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระเจ้า

เพิ่มเติมโดยพิพพา

เอเสเคียล 36:26

‘เราจะให้ใจใหม่แก่พวกเจ้า และเราจะบรรจุวิญญาณใหม่ไว้ภายในของเจ้าทั้งหลาย เราจะนำใจหินออกจากเนื้อของเจ้า และให้ใจเนื้อแก่เจ้า’

สองสามเดือนที่ผ่านมานี้ทำให้คุณมีความเหนื่อยล้า ความเศร้า ความผิดหวัง และความกลัว คืบคลานเข้ามาและทำลายหัวใจของคุณหรือไม่? ให้พระวิญญาณเติมเต็มคุณและให้หัวใจใหม่กับคุณในวันนี้

reader

App

Download The Bible with Nicky and Pippa Gumbel app for iOS or Android devices and read along each day.

reader

อีเมล

Sign up now to receive The Bible with Nicky and Pippa Gumbel in your inbox each morning. You’ll get one email each day.

reader

เว็บไซต์

Subscribe and listen to The Bible with Nicky and Pippa Gumbel delivered to your favourite podcast app everyday.

การอ้างอิง

ข้อพระคัมภีร์อ้างอิงมาจากพระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 2011 สงวนสิทธิ์โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย (ยกเว้นข้อที่ระบุว่าเป็นฉบับอื่น)

เว็บไซต์นี้จัดเก็บข้อมูล เช่น คุกกี้ เพื่อเปิดใช้งานฟังก์ชั่นและการวิเคราะห์ที่จำเป็นเท่านั้น ดูเพิ่มเติม